หมวดหมู่: ประวัติและตำนาน


ประวัติตุ๊กตาหมี Teddy Bear

กันยายน 25, 2021

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติตุ๊กตาหมี Teddy Bear


       สำหรับ ประวัติตุ๊กตาหมี Teddy Bear  นั้นเกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยมีเรื่องเล่าถึงประวัติของการเกิดตุ๊กตาหมีตัวนี้เกิดขึ้นเมื่อมีนักวาดภาพคนหนึ่งที่ชื่อว่าแบรี่แมน เขาเป็นนักวาดภาพการ์ตูนโดยเน้นการวาดการ์ตูนล้อเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองเป็นหลัก

         ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งที่ทำให้เขานั้นเกิดความรู้สึกประทับใจและได้วาดภาพนี้ขึ้นมาด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อประธานาธิบดี To dwell   ต้องเดินทางไปที่รัฐมิสซิสซิปปี  เพื่อไปร่วมงานเจรจาแบ่งเส้นพรมแดนกับรัฐลุยเซียนา  ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อรองรับประธานาธิบดีให้ร่วมสนุกสนานร่วมกันนั่นก็คือการล่าสัตว์ป่าโดยสัตว์ในการลากครั้งนั้นก็คือหมีนั่นเอง

             แต่ระหว่างที่ราบกันนั้นปรากฏว่าไม่มีสักตัวออกมาให้ประธานาธิบดีล่าเลยดังนั้นจึงมีคนนำลูกหมีมาผูกติดกับต้นไม้เพื่อให้ประธานาธิบดีนั้นได้มีการยิงหมีเพื่อสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้กับคนที่มาร่วมงานนั่นเองอย่างไรก็ตามในเหตุการณ์ครั้งนั้นปรากฏว่าประธานาธิบดีธีโอดอร์โรสเวลต์นั้นปฏิเสธที่จะมีการยิงลูกหมีที่ถูกล่ามโซ่ไว้เนื่องจากว่าประธานาธิบดีรูสเวล นั้นรู้สึกสงสารลูกหมีจึงปฏิเสธที่จะยิงมัน

             และในเหตุการณ์ครั้งนั้นนายแบรี่แมนซึ่งเป็นนักวาดการ์ตูนล้อเลียนการเมืองก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเขาเกิดความรู้สึกประทับใจในตัวของประธานาธิบดีรูสเวลท์เป็นอย่างมากจึงได้มีการวาดการ์ตูนล้อการเมืองซึ่งเป็นการ์ตูนที่เขารู้สึกประทับใจขึ้นมาแล้วนำไปตีแผ่ให้กับคนในสังคมได้รับรู้กัน โดยถูกนำวางขายเมื่อวันที่ 16 เดือนพฤศจิกายนปีค.ศ 1902 ของสำนักข่าว The Washington post 

              ซึ่งภาพการ์ตูนล้อเลียนนี้สร้างความประทับใจให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมากและพากันพูดถึงความประทับใจกันนี้และก็มีสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งเขาเป็นครอบครัวที่ทำตุ๊กตาหมีขายได้อ่านข่าวความประทับใจนี้แล้วเกิดความรู้สึกประทับใจขึ้นมาเขาจึงได้มีการสร้างตุ๊กตาหมีขึ้นมาโดยเลียนแบบข่าวของประธานาธิบดีธีโอดอร์โรสเวลต์นั่นเองซึ่งเขาได้มีการตั้งชื่อตุ๊กตาหมีที่เขาสร้างขึ้นมานั้นว่า Teddy Bear  

               โดยให้เหตุผลของการตั้งชื่อนี้ว่าเท็ดดี้นั้นคือชื่อเล่นของประธานาธิบดีรูสเวลท์ และเมื่อสร้างตุ๊กตาหมีสำเร็จสามีภรรยาคู่นี้ก็นำตุ๊กตาหมีนั้นมาวางโชว์ที่หน้าร้านซึ่งด้วยความน่ารักของตุ๊กตาหมีทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านไปมาที่หน้าร้านนั้นเกิดความรู้สึกประทับใจและพากันซื้อตุ๊กตาหมีนี้ทำให้ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์นี้ขายดีเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

             โดยหลังจากที่เปิดร้านขายตุ๊กตาหมี Teddy Bear ได้ไม่นานสามีภรรยาคู่นี้ก็สามารถสร้างเป็นโรงงานตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์ได้โดยมีโรงงานถูกสร้างที่ประเทศสหรัฐอเมริกา  

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ


ประวัติช่วงพระพุทธเจ้าปรินิพพาน

กันยายน 20, 2021

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติช่วงพระพุทธเจ้าปรินิพพาน


         อย่างที่รู้กันดีว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นหลังจากที่ตรัสรู้แล้วก็ได้มีการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ช่วงพระพุทธเจ้าปรินิพพาน เพื่อไปเทศนาพระธรรมคำสั่งสอนให้กับบรรดาผู้คนทั้งหลายเพื่อหวังว่าผู้คนนั้นจะบรรลุธรรมคำสั่งสอนและไม่ต้องอยู่ในอบายมุขหลงมัวเมาเกี่ยวกับเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้มีการออกเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อทำการโปรดสัตว์ซึ่งพระองค์นั้นใช้ระยะเวลาทั้งหมด 45 พรรษาในการที่ออกไปเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนพระพุทธศาสนาต่างๆ

      ซึ่งท้ายที่สุดแล้วพระองค์นั้นก็ได้ปรินิพพานในช่วงที่พระองค์นั้นอายุได้ประมาณ 80 พรรษาแต่ก่อนที่พระองค์จะปรินิพพานนั้นประมาณ 3 เดือนพระองค์ได้บอกกับบรรดาลูกศิษย์ของพระองค์ว่าอีก 3 เดือนให้หลังนั้นพระองค์จะทำการปรินิพพานแล้วซึ่งในช่วงนั้นพระองค์เริ่มป่วยหนักแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งในช่วงที่พระองค์ปรินิพพานนั้นพระองค์ประทับอยู่ที่ ณ  เวฬุคาม

      ซึ่งจุดบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นช่วงพื้นที่ของแคว้นวัชชีเมืองเวลาสี  อย่างไรก็ตามว่ากันว่าก่อนที่พระองค์พระปรินิพพานได้เพียงแค่ 1 วันเท่านั้นบังเอิญว่ามีชาวบ้านคนหนึ่งชื่อจุนทะได้มีการนำสุกรมัททวะมาถวายหลังจากที่พระองค์ทานเข้าไปไม่นานพระองค์ก็ป่วยทำให้พระอานนท์นั้นรู้สึกโกรธนายจุนทะเป็นอย่างมาก

        แต่พระพุทธเจ้าได้บอกกับพระอานนท์ว่า อานิสงส์ที่จะได้จากการบิณฑบาตนั้นจะมี 2 แบบก็คือเมื่อเสวยของที่บิณฑบาตเข้าไปแล้วเกิดการตรัสรู้กับอีกแบบนึงนั่นก็คือเกิดการปรินิพพานพร้อมกันนี้พระพุทธเจ้ายังได้สอนพระอานนท์อีกว่าหลังจากที่พระพุทธเจ้าล่วงลับไปแล้วนั้นสิ่งที่จะเป็นศาสดาของทุกๆคนนั้นไม่ใช่พระพุทธเจ้าแต่เป็นหลักธรรมคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้านั้นได้มีการแสดงบัญญัติและสอนให้กับทุกๆคนได้รู้จักพระธรรมวินัยนั่นเอง

           อย่างไรก็ตามในช่วงที่พระพุทธเจ้านั้นทรงป่วยหนักพระองค์ก็ไม่ได้พักผ่อนแต่ยังคงเดินทางไปอยู่ที่ป่าสาระที่กรุงสินาราโดยพระองค์ได้ปรินิพพานและเสด็จดับขันธ์อยู่ที่นั่น  ในช่วงจังหวะก่อนที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพานนั้นพระองค์ก็ได้บวชให้กับพระสุภัททะปริพาชก  ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระสงฆ์องค์สุดท้ายที่ได้รับการบวชโดยตรงจากพระพุทธเจ้านั่นเองโดยในช่วงที่มีการบวชให้กับพระสุภัททะปริพาชกนั้นมีบรรดาพระอรหันต์และผู้คนรวมถึงเทวดาเป็นจำนวนมากพากันมารวมตัวกัน

         เนื่องจากว่าทุกคนนั้นต้องการมาฟังโอวาทจากพระพุทธเจ้าซึ่งพระองค์ก็ได้มีการบอกกับบรรดาพระภิกษุสงฆ์และบรรดาเทวดาหรือพระอรหันต์ทั้งหลายเกี่ยวกับเรื่องของสังขารที่มันจะเสื่อมโทรมไปตามสภาพตามกาลเวลาซึ่งเมื่อพระองค์ได้มีการสั่งสอนเกี่ยวกับเรื่องของการดับขันธ์แล้วพระองค์ก็ปรินิพพานใต้ต้นสาละนั่นเองซึ่งวันดังกล่าวก็คือตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6   และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาวันดังกล่าวก็คือวันเริ่มต้นของพุทธศักราชนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet ฝาก-ถอน เอง


ประวัติวันมาฆบูชา

กันยายน 2, 2021

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติวันมาฆบูชา


        ประวัติวันมาฆบูชา นั้นนับได้ว่าเป็นวันสำคัญเกี่ยวกับศาสนาโดยตรงโดยเป็นของศาสนาพุทธซึ่งโดยปกติแล้ววันมาฆบูชานั้นจะยึดอยู่ที่ให้ตรงกับเดือน 3 และขึ้น 15 ค่ำ   ซึ่งในสมัยอดีตกาลนั้นสิ่งที่ทำให้เกิดวันมาฆบูชาขึ้นก็เพราะว่าในวันดังกล่าวนั้นจะเป็นวันที่มีพระสงฆ์เป็นจำนวนมากมาประชุมกันที่สถานที่แห่งหนึ่ง

            โดยพระสงฆ์ทุกรูปนั้นไม่เคยได้มีการนัดแนะกันมาก่อนเรียกว่าเป็นการมาประชุมโดยพร้อมเพียงกันโดยที่ไม่ได้นัดหมายนั่นเองซึ่งพระสงฆ์ที่เดินทางมาประชุมในครั้งนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 1250 รูป  สำหรับการเดินทางมาของพระสงฆ์ที่มารวมตัวกันในครั้งนั้นก็เพื่อที่จะต้องการมาฟังคำสั่งสอนพระเทศนาของพระพุทธเจ้านั่นเองซึ่งการเทศนาของพระพุทธเจ้าในครั้งนั้นเรียกว่าการแสดงโอวาทปาติโมกข์  

          ในสมัยพุทธกาลนั้นสถานที่ที่พระสงฆ์จำนวน 1250 รูปมารวมกัน ประวัติวันมาฆบูชา เพื่อฟังคำสั่งสอนของพระเทศนาของพระพุทธเจ้าในครั้งนั้นพระสงฆ์ทุกรูปต่างๆเดินทางมาที่เมืองราชโอรสโดยพากันมาที่วัดเวฬุวัน  และเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่พระสงฆ์มารวมกันถึง 1250 รูปนั้นเองสร้างปรากฏการณ์ทำให้มีพระอรหันต์เกิดขึ้นซึ่งพระอรหันต์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นมีถึง 1250รูปนั่นก็หมายถึงว่าพระสงฆ์ทุกรูปที่เดินทางมาฟังคำสั่งสอนพระเทศนาของพระพุทธเจ้านั้นกลายเป็นพระอรหันต์หมดทุกรูปเลยนั่นเอง 

       ซึ่งปรากฏการณ์ในครั้งนั้นส่งผลทำให้ในทุกๆปีเมื่อถึงวันดังกล่าวนั้นชาวบ้านก็จะมีการออกมาทำบุญตักบาตรที่วัดกันเป็นจำนวนมาก  และที่สำคัญนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้มีการตั้งวันดังกล่าวนั้นให้เป็นวันสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาซึ่งในที่สุดก็ได้มีการตั้งชื่อว่าวันมาฆบูชานั่นเอง

          ในสมัยที่พระพุทธเจ้าเพื่อบรรลุโสดาบันนั้นยังเป็นช่วงที่มีลัทธิต่างๆเกิดขึ้นมามากมายซึ่งแต่ละที่นั้นก็มีในการศึกษาเพื่อให้ตัวเองบรรลุเป็นพระอรหันต์แตกต่างกันออกไปแต่หลังจากที่พระพุทธเจ้าสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้และได้มีการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อให้คำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนาทำให้พวกพราหมณ์หรือผู้ที่นับถือลัทธิต่างๆนั้นหันมาสนใจฟังพระคำสั่งสอนและเทศนาของพระพุทธเจ้ากันมากขึ้น

          และหันมายึดและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้านั้นได้มีการสั่งสอนจนทำให้นายเท่ที่สุดแล้วผู้ที่นับถือลัทธิต่างๆก็เลิกนับถือลัทธิเดิมของตนเองที่เคยมีอยู่และหันมาเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและปฏิบัติตามยึดถือเป็นแบบอย่างจนท้ายที่สุดแล้วก็สามารถบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัดจนในที่สุดก็สามารถเป็นพระอรหันต์ได้นั่นเอง

            ซึ่งปรากฏการณ์ที่พระสงฆ์ 1250 รูปรวมกันเพิ่งมาพบและฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นพระสงฆ์ต่างๆเหล่านั้นดังได้มีการทำพิธีชำระบาปของตนเองก่อนที่จะมีการมาเจอกับพระพุทธเจ้าอีกด้วย  หลังจากที่เจอกับพระพุทธเจ้าแล้วก็ฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งมีการให้โอวาทปาติโมกข์ในวันดังกล่าว    ปัจจุบันวันมาฆบูชาจะมีการทำบุญตักบาตรในช่วงเวลาเช้าและในช่วงเวลาค่ำก็จะมีการเวียนเทียนกันที่วัด 

 

สนับสนุนโดย. สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ


เทศกาล holi Festival ของประเทศอินเดีย

สิงหาคม 13, 2021

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน เทศกาล holi Festival ของประเทศอินเดีย


               สำหรับ เทศกาล holi Festival  นั้น เทศกาลที่จัดขึ้นในประเทศอินเดียและเป็นประเทศเดียวที่มีการจัดเทศกาล holi Festival ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ที่จะมีการจัดเทศกาลนี้กันแล้วด้วยการจัดงานเทศกาลนี้นั้นจะมีการจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนมีนาคมของทุกปีโดยระบุการจัดงานนั้นจะจัดช่วงประมาณวันที่ 9 ถึง 10 มีนาคมนั่นเองซึ่งเทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเที่ยวเพื่อไปร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลนี้อีกด้วย

            สำหรับเทศกาลนี้ว่ากันว่าเป็นเทศกาลที่ชาวฮินดูนั้นได้มีการจัดทำขึ้นมาเพื่อเทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่เก่าแก่ยาวนานอายุหลายร้อยปีแล้วเป็นลักษณะคล้ายๆกับเทศกาลวันสงกรานต์ของประเทศไทยเช่นเดียวกันเพราะเทศกาลนี้ชาวอินเดียและชาวฮินดูทั้งหลายนั้นกำลังสนุกสนานเพลิดเพลินและเฉลิมฉลองกันโดยมีการใช้สีผงมาสาดใส่กันซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้นเราจะจัดงานสงกรานต์โดยการใช้น้ำสาดใส่กันแต่สำหรับที่ประเทศอินเดียนั้นเป็นการใช้สีสาดใส่กันเองดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า เทศกาล holi Festival กับเทศกาลวันสงกรานต์นั้นเหมือนกันมากเป็นอย่างยิ่งแตกต่างกันที่ว่าของไทยจะใช้น้ำจนของประเทศอินเดียจะใช้สีผงนั่นเอง

          อย่างไรก็ตามหน้าวันเวลาผ่านไปรูปแบบของการจัดเทศกาล holi Festival ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นเดียวกันซึ่งในสมัยโบราณนั้นจะใช้เป็นการเอาผงสีซึ่งเป็นผงแห้งมาสาดใส่กันเพียงเท่านั้นด้วยสีสันนั้นแล้วแต่คนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะชื่นชอบเลยไม่ว่าคุณจะใช้สีฟ้าหรือแม้แต่สีชมพูสีเขียวสีเหลืองสีแดงก็มาผสมผสานศาสตร์ใส่กันได้ทั้งหมด

          สำหรับเทศกาล holi Festival นั้นไม่ได้มีการใช้แค่ผงสีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่มีบางคนนำน้ำมาผสมกับสีเพื่อที่จะใช้น้ำนั้นสาดใส่โดยน้ำนั้นเป็นน้ำที่ผสมสีนั่นเองเลขเด็ดว่าทั้งสนุกสนานและชุ่มฉ่ำกับการเล่นน้ำได้อีกด้วยสำหรับเทศกาลนี้จะนิยมจัดกิจกรรมการเฉพาะแค่ช่วงก่อนเที่ยงเท่านั้น

          หลังจากเที่ยงไปแล้วทุกคนก็จะแยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวและพอตกตอนเย็นทุกคนก็จะออกมาพบปะสังสรรค์กินข้าวรับประทานอาหารร่วมกันหรือบางคนก็จะแตกขนมหวานซึ่งเทศกาลนี้จะทำให้ผู้คนนั้นเกิดความรักความสามัคคีซึ่งกันและกันนั่นเอง 

          อย่างไรก็ตามเทศกาล holi Festival นี้ในช่วงยามค่ำคืนยังมีพิธีกรรมอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือเป็นพิธีบูชาไฟโดยผู้ที่เข้าร่วมพิธีกรรมนี้ได้นั้นจะต้องเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเท่านั้นและจะต้องมีลูกเป็นลูกชายถึงจะเข้าร่วมพิธีกรรมนี้ได้ซึ่งพิธีกรรมนี้ว่ากันว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากตัวเด็กชายนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ufabetฝ่ายบริการ


ประวัติขนมครัวซองต์

สิงหาคม 3, 2021

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติขนมครัวซองต์


          สำหรับขนมครัวซองนั้นเชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะมีขนมครัวซองต์ นั้นมีขายอยู่ทั่วไปแม้แต่ในร้าน 7-eleven ก็ตามซึ่งปัจจุบันนี้ครัวซองนั้นมีหลายรสชาติและเป็นขนมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ประวัติขนมครัวซองต์ โดยเฉพาะ ครัวซองต์ รส Original 

         คำว่าครัวซองต์นั้นหลายคนมองว่ามันคือคำภาษาฝรั่งเศส  ดังนั้นต้นกำเนิดของครัวซองต์ ก็น่าจะมาจากประเทศฝรั่งเศสนั้นเอง   แต่ในความเป็นจริงแล้วตามประวัติของขนมครัวซองต์ นั้นว่ากันว่าไม่ได้ริเริ่มเกิดขึ้นมาจากฝรั่งเศสแต่อย่างใด  แต่ขนมปังชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศออสเตรียนั่นเอง 

        ประวัติขนมครัวซองต์  ว่ากันว่าแต่ที่จริงแล้วขนมครัวซองต์นั้น เกิดขึ้นในสมัยช่วงของสงครามซึ่งเป็นการรบกันระหว่างชาวออสเตรีย กับชาวเติร์ก  โดยสงครามนี้เกิดขึ้นช่วงประมาณศตวรรษที่ 17  ซึ่งในขณะนั้นก็เป็นช่วงปีคริสต์ศักราช 1683   โดยสงครามนี้เกิดขึ้นที่กรุงเวียนนาซึ่งสงครามนั้นมีการต่อสู้กันมาอย่างยาวนานเป็นเดือนแต่ไม่ว่าจะพยายามต่อสู้กันมากแค่ไหนก็ไม่มีใครแพ้ใครชนะสักที

           แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งอาหารของฝั่งชาวเติร์กก็ได้ออกอุบายที่จะทำการขุดอุโมงค์ใต้ดินเพื่อไปให้ทะลุกำแพงอีกฝั่งหนึ่งของชาวออสเตรเลียนั่นเองแต่ระหว่างนั้นได้มีพ่อค้าทำขนมปังคนหนึ่งซึ่งเขาทำงานอยู่กะดึกและได้ยินเสียงการขุดอุโมงค์ดังกล่าวจึงได้ไปบอกทหารของฝั่งตนเองและทำให้ฝั่งของออสเตรเลียสามารถที่จะรักษากรุงเวียนนาเอาไว้ได้ไม่ได้พ่ายแพ้ให้กับชาวเติร์กนั่นเอง

          หลังจากนั้นชาวออสเตรเลียจึงได้มีการจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองเกิดขึ้นและหนึ่งในขนมที่ถูกนำมาวางในงานเลี้ยงนั้นก็คือขนมครัวซองซึ่งในขณะนั้นเป็นแค่เพียงชื่อขนมปังธรรมดาเพียงเท่านั้นแต่มีลักษณะคล้ายกับรูปพระจันทร์เสี้ยวเนื่องจากว่าชาวออสเตรเลียได้ทำขนมปังเลียนแบบลักษณะของธงชาติของชาวเติร์กซึ่งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวนั่นเอง   และนี่เองคือประวัติความเป็นมาของขนมครัวซองว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร 

        แต่ต่อมาภายหลังที่มีการเรียกขนมครัวซองต์ นี้เป็นภาษาฝรั่งเศสว่าครัวซองนั้นก็เพราะว่าในช่วงของสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 นั้น  เจ้าหญิงมาลี  อังตัวเนต  ซึ่งเป็นเจ้าหญิงของประเทศออสเตรเลียได้ไปแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสและเนื่องจากพระองค์นั้นนึกถึงขนมของประเทศตนเองจึงได้ให้พ่อครัวทำขนมปังขึ้นมาซึ่งเป็นขนมปังรูปพระจันทร์เสี้ยวและพระนางก็ได้มีการเรียกชื่อขนมปังนี้ว่าขนมครัวซองต์  นั่นเอง 

        ดังนั้นชื่อขนมปังชนิดนี้จึงมีชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศส นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  ซึ่งปัจจุบันขนมนี้กลายเป็นขนมที่คนนิยมกินกันทั่วโลก 

 

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ


พิธีตั้งเสาหลักเมืองของคนโบราณ

มีนาคม 16, 2021

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน พิธีตั้งเสาหลักเมืองของคนโบราณ


คนในสมัยโบราณนั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของผีสารโดยความเชื่อนั้นมักจะเชื่อกันว่าผีสังข์นั้นมักจะนำสิ่งชั่วร้ายมาให้กับคนดังนั้นเวลาผู้คนส่วนใหญ่สร้างบ้านเรือนก็มักจะมีการสร้างสรรค์ไว้ให้กับผีเหล่านั้นได้อยู่อาศัยเพื่อไม่ให้ผีเรานั้นมีความรู้สึกโกรธแค้นและนำสิ่งที่ดีเข้ามาซึ่งเรื่องลาวเกี่ยวกับเรื่องของความเชื่อเกี่ยวกับผีสางนั้นถูกนำมาใช้ในการสร้างศาลหลักเมืองด้วยเช่นเดียวกันเพราะคนในสมัยโบราณนั้นหากจะมีการสร้างศาลหลักเมือง

ก็เพราะมีความเชื่อว่าศาลหลักเมืองนั้นจะช่วยนำพาความสงบร่มเย็นมาให้กับเมืองนั้นๆดังนั้นในความเชื่อของคนสมัยโบราณจึงมีความเชื่อว่าควรจะมีวิญญาณผีสางคอยปกป้องดูแลศาลหลักเมืองเอาไว้แต่คนที่จะมาเป็นผีที่อยู่เฝ้าศาลหลักเมืองนั้นควรจะเป็นผีที่เป็นคนในพื้นที่นั้นพวกเขาถึงจะได้รักเมืองนั้นๆนั่นเองดังนั้นเวลาที่มีการสร้างศาลหลักเมืองในสมัยโบราณนั้น

  พวกเขาจึงมักจะมีการนำคนไปไว้ในหลุมและมีการฆ่าตายเพื่อให้กลายเป็นผีเฝ้าศาลหลักเมืองนั่นเองโดยวิธีการที่พวกเขาจะทำกันนั้นก็คืออาจจะมีพิธีการทำศาลหลักเมืองเมื่อไหร่ก็จะมีทหารออกไปป่าวประกาศหาคนที่มีชื่อมีความเป็นสิริมงคลนั่นก็คือชื่อจัน  ชื่อมั่น ชื่อคง ซึ่งถ้าหากมีการตะโกนเรียกชื่อดังต่อไปนี้และมีการขานรับเขาก็จะถูกนำตัวมาไว้ในหลุมของศาลหลักเมืองหลังจากนั้นก็จะถูกเสาของศาลหลักเมืองตำจะตายกลายเป็นผีเฝ้าหลุมของศาลหลักเมืองนั่นเอง

โดยคนในสมัยโบราณมีความเชื่อกันว่าหากใครก็ตามที่ได้มีโอกาสได้เป็นผีเฝ้าอยู่ในหลุมของศาลหลักเมืองนับว่าเป็นคนที่มีบุญวาสนาเป็นอย่างมากดังนั้นหากใครที่ชื่อเหล่านี้และถูกเรียกตัวให้ไปเป็นผีเฝ้าหลุมที่ศาลหลักเมืองพวกเขาก็จะเดินทางไปด้วยความเต็มใจนั่นเองซึ่งเรื่องของการนำคนเป็นมาฝังอยู่ในหลุมของศาลหลักเมืองนั้นมีมาอย่างช้านานแล้

แต่ปัจจุบันนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับตั้งแต่มีการเลิกทาสมาเพราะเมื่อมีวิวัฒนาการเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นผู้คนก็เริ่มรู้แล้วว่าการที่เอาคนเป็นที่มีชื่อว่าจันทร์หรือชื่อว่ามั่นหรือชื่อว่าคงไปไว้ในหลุมนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลยอีกทั้งยังเป็นการทรมานและเป็นฆ่าคนตายโดยเจตนาซึ่งถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายและความผิดทางด้านจิตใจก็คือคุณจะรู้สึกเสียใจเหมือนตกนรกทั้งเป็นเลยทีเดียวดังนั้นในสมัยปัจจุบันเมื่อมีการสร้างศาลหลักเมืองจึงไม่เห็นว่ามีใครถูกฆ่าตายลงในหลุมแล้วนั่นเอง

     

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์สด


ประวัติหลวงปู่ทวดตอนเกิด

ตุลาคม 20, 2020

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติหลวงปู่ทวดตอนเกิด


              หากพูดถึงหลวงปู่ทวดเชื่อว่าเซียนพระยังรู้จักกันเป็นอย่างดีหรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่เซียนพระก็ต้องเคยได้ยินชื่อของหลวงปู่ทวดกันมาบ้างอย่างแน่นอนเนื่องจากว่าหลวงปู่ทวดนั้นมีอายุยาวนานมาแล้วหลายร้อยปีอีกทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังเกี่ยวกับเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์หากได้ยินชื่อของหลวงปู่ทวดทุกคนต้องได้ยินกิตติศัพท์ว่าหลวงปู่ทวดนั้นสามารถเหยียบน้ำทะเลให้จีบได้วันนี้เราจะมาพูดถึงประวัติของหลวงปู่ทวดช่วงที่หลวงปู่ทวดเกิดมาอย่างนั้นว่ามีเรื่องอันน่าอัศจรรย์ใจอะไรบ้าง

          สำหรับหลวงปู่ทวดนั้นเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจนพ่อแม่มีอาชีพทำนาเพียงเท่านั้นส่วนนาที่ทำนั้นก็ไม่ได้เป็นนาของตนเองแต่ไปเช่าที่นาของผู้ใหญ่บ้านหรือว่ากำนันแทนซึ่งในช่วงที่หลวงปู่ทวดเกิดมานั้นพ่อแม่ได้พาหลวงปู่ทวดไปเรียนที่นาด้วยโดยมีการผูกเปลเอาไว้กับต้นไม้หลังจากนั้นเมื่อหลวงปู่ทวดหลับพ่อกับแม่ก็จะออกไปทำนาและหากถึงเวลาก็จะมาให้นมหลวงปู่ทวดซึ่งพ่อแม่ก็ทำเป็นประจำอย่างนี้ทุกวันอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่หลวงปู่ทวดนั้นกำลังนอนหลับอยู่

ในเปลแม่ได้เดินกลับมาเพื่อที่จะเอานมให้หลวงปู่ทวดกินก็ปรากฏว่าไปเจองูตัวใหญ่มากกำลังพันเลยไปของหลวงปู่ทวดและตัวของมันนั้นก็เลื้อยมาอยู่บนหน้าอกของหลวงปู่ทวดพ่อกับแม่ตกใจเป็นอย่างมากจึงได้มีการตั้งจิตอธิษฐานขอให้งูนั้นไม่ทำอันตรายหลวงปู่ทวดซึ่งเมื่องูเห็นว่าพ่อแม่มีการตั้งจิตอธิษฐานก็มีการรื้อออกไปจากตัวของหลวงปู่ทวดเมื่อแม่มาดูที่ร่างกายของหลวงปู่ทวดก็ไม่พบร่องรอยการถูกงูกัดหรืออันตราย

แต่อย่างใดอีกทั้งตรงบริเวณใต้ตัวของหลวงปู่ทวดนั้นกลับพบว่ามีลูกแก้วลูกหนึ่งอยู่ด้วยซึ่งพ่อกับแม่เชื่อกันว่าลูกแก้วดังกล่าวนั้นเป็นงูซึ่งน่าจะเป็นงูของเทพนำมาให้กับหลวงปู่ทวดเพื่อเป็นการให้พร นั้นเป็นต้นมาครอบครัวของหลวงปู่ทวดก็มีฐานะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดซึ่งเรื่องราวนี้รู้ไปถึงหูผู้ใหญ่บ้านที่เป็นเจ้าของที่อยากได้ลูกแก้วลูกนั้นจึงมาขอจากครอบครัวของหลวงปู่ทวด

และพ่อของหลวงปู่ทวดไม่ให้กำนันคนดังกล่าวจึงได้หาทางกลั่นแกล้งแต่เมื่อได้ลูกแก้วไปแล้วขับทำให้กำนันดังกล่าวนั้นประสบกับความล้มเหลวในชีวิตครอบครัวมีอันต้องได้รับความเดือดร้อนจนในที่สุดก็ต้องนำลูกแก้วดังกล่าวกลับมาคืนหลวงปู่ทวดนั่นเอง จนเมื่อหลวงปู่ทวดเติบโตขึ้นพ่อของหลวงปู่ทวดก็ได้มอบดวงแก้วนี้ให้กับหลวงปู่ทวดและเมื่อหลวงปู่ทวดอายุได้ประมาณ 15 ปีพ่อของหลวงปู่ทวดก็นำหลวงปู่ทวดไปบวชเป็นสามเณรและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชีวิตของหลวงปู่ทวดก็อยู่ในร่มกาเสาวพักต์นับตั้งแต่นั้นมานั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า


ประวัติรองเท้าสุดฮิต Adidas

กันยายน 15, 2020

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติรองเท้าสุดฮิต Adidas


  คงกล่าวได้ว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักแบรนด์ดังอย่าง adidas  ซึ่งสำหรับ adidas  แล้วทุกคนจะรู้จักในนามของแบรนด์อุปกรณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการกีฬา ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กางเกง กระเป๋า ลูกฟุตบอล หรือแม้แต่รองเท้า สำหรับแบรนด์ adidas  นี้เป็นแบรนด์สัญชาติเยอรมนี และคนที่ก่อนตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาก็คือ สองพี่น้องตระกูล Dassler นั้นก็คือ Adolf และ  Adi Dassler  ซึ่งการทำรองเท้าครั้งแรกของพวกเขาเกิดขึ้นหลังจากที่ Adi Dassler เดินทางกลับมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1

โดยเขาทั้งสองทำรองเท้าครั้งแรกในปี ค.ศ. 1920 ซึ่งรองเท้าคู่แรกของพวกเขานั้นช่วยกันทำที่บ้านตรงที่พวกเขาซักผ้านั่นเอง  ซึ่งสองพี่น้องช่วยกันผลิตรองเท้าสำหรับนักกีฬาและมีการตั้งแบรนด์รองเท้าของพวกเขาว่า Dassler และเริ่มเปิดตัวขายรองเท้าครั้งแรกในปี ค.ศ. 1924 สำหรับรองเท้าของบริษัท Dassler เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างเนื่องจากมีนักกีฬานักวิ่งคนหนึ่งใส่รองเท้าของพวกเขาวิ่งแข่งขันโอลิมปิกและสามารถคว้าชัยชนะได้เหรียญทองมาถึง 4 เหรียญ

ซึ่งทำให้ในปีนั้นรองเท้าDassler จึงมียอดขายที่สูงมาก ซึ่งหลังจากที่สินค้าขายดีไม่นานก็เกิดสงครามโลกครั้งที่สองขึ้นและมีเหตุให้คนเป็นพี่ ถูกเรียกตัวกลับไปประจำการรบ และกิจการของพวกเขาก็เริ่มมีทหารเข้ามาเพื่อแทรกแซง โดยมีการสั่งให้บริษัทผลิตรองเท้าสำหรับให้ทหารใส่โดยเฉพาะ ซึ้งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้พี่น้องคู่นี้จึงมีการแยกตัวออกมาจากกันและมีการตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง

โดยรูดิ ได้ออกมาสร้างแบรนด์รองเท้าใหม่โดยใช้ชื่อว่า Ruma และตอนหลังก็เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น Puma  ส่วนแอดดิ จากที่ใช้แบรนด์ Dasslerก็เปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนกันมาเป็น Adidas  ซึ่งการแยกตัวออกมาทำแบรนด์เป็นของตัวเองของทั้งคู่นั้นเกิดจากความบาดหมางกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดังนั้นเมื่อมีการทำแบรนด์เป็นของตัวเอง ทั้งสองคนจึงแข่งขันกันขายสินค้าเรื่อยมาเป็นระยะเวลาถึง 60 ปี จนเมื่อปี ค.ศ. 2009

ทั้งสองคนก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้และร่วมมือกันผลิตสินค้าในการแข่งขันกีฬาขององค์กร One Day Peace  สำหรับรองเท้า adidas ในช่วงแรกที่ผลิตออกมาจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร นั่นก็คือพื้นใต้รองเท้าจะมีปุ่มยื่นออกมาคล้ายกับตะปูซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของรองเท้ายี่ห้อนี้เลยก็ว่าได้ และหลังจากที่รองเท้า adidas มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมากแล้ว

บริษัทจึงได้เริ่มที่จะผลิตสินค้าอื่นๆออกมาขาย แต่ก็ยังมุ่งเน้นที่จะผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา จนถึงปัจจุบันแบรนด์ adidas จึงเป็นแบรนด์ดังระดับโลกที่มีคนใช้สินค้าของเขามากที่สุด 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame


ตำนาน เหรา กับ พญานาค

มีนาคม 30, 2020

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนาน เหรา กับ พญานาค


สำหรับเรื่องที่เป็นตำนานมาอย่างช้านานที่ใครหลายคนก็ยังคงไม่เข้าใจว่าเรื่องที่มันเป็นตำนานอยู่นี้มันมีความเป็นมาอย่างไรถึงได้เรียกกันว่า เหรา หรือ ตัวกินงูและมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับพญานาคหลายคนต่างก็สงสัยกันใช่ไหมว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับพญานาค

เหรา นั้นเป็นตัวแทนของความอิจฉาริษยาและหลงทนงในตนเองเป็นสัตว์ที่มันความมักใหญ่ใฝ่สูงอยากเป็นเจ้าใหญ่แห่งลำน้ำโขงและยังอิจฉาพญานาคที่ได้รับชื่อทางธรรมให้ผู้คนที่มาขออุปสมบทถูกเรียกว่านาคก่อนบวชเป็นพระทำให้ เหรา หาเรื่องเอาชนะพญานาคด้วยการท้าทายกันแต่พญานาคไม่อยากให้สัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำเดือดร้อนจากการท้าทายจึงมีกติกาว่าหาก เหรา สามารถกลืนพญานาคได้ทั้งตัวให้ถือว่า เหรา เป็นฝ่านชนะเจ้า เหรา พยายามกลืนพญานาคตั้งแต่หางขึ้นไปแต่ไม่สามารถกลืนส่วนหัวของพญานาคได้จึงได้เหลือส่วนหัวพ้นออกมาจากปากแบบที่เห็นการตามรูปปั้นบางตำนานเล่าว่าพญาค่อยๆ

โผล่หัวออกมาจากปาก เหรา จนครบ7เศียร จึงทำให้ เหรา กลืนไม่ได้และยอมแพ้ในที่สุดทำให้มีรูปปั้นของพญานาคในภาคเหนือ อีสาน และ ประเทศลาวตามบนไดทางขึ้นของวิหารหัวจะเป็นพญานาคแต่ในส่วนลำตัวของพญานาคนั้นเป็น เหรา เชื่อกันว่าที่จริงแล้วเรื่อราวของ เหรา เป็นหนึ่งในปริศนาธรรมที่แสดงให้เห็นถึงความดีที่เอาชนะความชั่วได้ทั้งหมดให้ทิ้งความทุกข์เอาไว้ที่ทางเข้าวิหารโบสถ์เพื่อที่จะได้รับความสงบสุขร่มเย็นกลับบ้านไปหรือในทางพุทธศาสนานาคงูหมายถึงอุปทานความยึดติดลุ่มหลงโดยปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจอในวัดหลายแห่งทางภาคเหนือในเทวะตำนานของศาสนาฮินดู เหรา

เป็นสัตว์ประปลาดที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลมักอยู่ในรูปร่างที่ผ่านการผสมผสานของสัตว์หลายชนิดโดยครึ่งบนนั้นอาจจะเป็นสัตว์บกอาจจะเป็น เช่น ช้าง จระเข้ หรือ กวาง ในส่วนของร่างกายช่วงล่างโดยเฉพาะในส่วนของหางเป็นของสัตว์น้ำที่มีครีบหางลักษณะเหมือนปลาหรือบางครั้งก็อาจจะเป็นหางนกยุงมักจะถูกประดับเอาไว้ตรงปากทางเข้าของศาสนาฮินดู เหรา หรือ มงกรยังเป็นหนึ่งพาหนะของพระแม่คงค

และ พระวรุณเทพแห่งสายฝนและทะเลทำให้ในทางล้านนาของประเทศไทยยังมีการนำ เหรา ในพิธีขอฝนอีกต่างหากนอกจากนี้ เหรา ยังปรากฏในธงของพระกามเทพและยังเป็นสัญลักษณ์ของชาวราศีมงกรจากบันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวของป่าหิมพานต์พบว่า เหรา เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์บริเวณเขาพระสุเมรุลักษณะภายนอกการผสมผสานระหว่างจระเข้ กับ พญานาคมีลำตัวยาวมีขายื่นออกมาจากลำตัวมีปากเหมือนจระเข้ทำหน้าที่อยู่ด้านหน้าเขาพระสุเมรุ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub


ตำนานเสาหลักเมือง

มีนาคม 25, 2020

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนานเสาหลักเมือง


เสาหลักเมือง

เสาหลักเมือง หรือศาลหลักเมืองจะมีเกือบทุกจังหวัดของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นที่เคารพบูชาของคนในจังหวัดนั้นๆแต่เราไม่รู้ที่มาของการสร้างเสาหลักเมืองขึ้นมาเลย

ประวัติของเสาหลักเมือง

ในสมัยก่อนได้มีการเล่าว่า ในสมัยก่อนจะมีการสร้างเมืองขึ้นมาได้นั้นต้องใช้คนทั้งเป็นในการฝังทำเสาประตูเมืองทั้ง 4แห่งและผู้ที่จะถูกฝังทั้งเป็นนั้นจะต้องมีชื่อว่า อิน จัน มั่น คง นำมาฝังในหลุมนั่นถึงจะเกิดความศักดิ์สิทธิ และจะมีนายทหารดิกเรียกชื่อเหล่านี้ในสถานที่ต่างๆ หากใครได้มีการขานรับก็จะถูกนำไปฝังทั้งเป็น ก่อนจะนำไปฝังนั้นจะมีการเลี้ยงข้าวปลาอาหารให้อิ่ม และนำไปยังหลุดที่ได้มีการเตรียมไว้แล้วโดยการเอาท่อนซุงผูกเชือก และได้มีการแห่ผู้ที่จะถูกฝังไปรอบเมืองเพื่อให้ประชาชนมาดูการทำพิธี จากนั้นก็นำตัวลงหลุมแล้วทำการตัดเชือกที่เป็นท่อนซุงหล่นทับตาย และก่อนที่จะนำมายังหลุมก็ได้มีการสั่งให้เฝ้าประตูเมืองด้วยการบอกกล่าวจากพระเจ้าแผ่นดิน และการเลือกคนลงหลุมนั้นจะต้องเป็นคนที่ไม่มีรอยสักถ้าเป็นชาย ส่วนถ้าเป็นหญิงห้ามเจาะหู และทางญาติพี่น้องก็จะได้รับรางวัลจากพระเจ้าแผ่นดินอีกด้วย

การฝังสตรีท้องแก่

ได้มีบันทึกจากชาวต่างชาติในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองว่า การตอกเสาหลักเมืองของประเทศสยามว่าเป็นพิธีที่น่ากลัวที่สุด โดยมีรับสั่งจากพระเจ้าแผ่นดินในสมัยนั้น ให้มีการกระทำดังกล่าวให้จะนำสตรีมีครรภ์โยนลงไปในหลุมละ2คน และจะต้องใช้ผู้หญิงท้องแก่ประมาณ 68คนจึงจะทำการสำเร็จ จากนั้นให้หญิงมีครรภ์ลงหลุมและได้มีการตัดเสาให้กระแทกตาย และเชื่อสตรีมีครรภ์จะช่วยเฝ้าประตูเมืองทั้ง 17แห่งได้ และยังได้มีการบันทึกอีกว่าไม่ว่าการสร้างอาไรในวัง ก็จะนำสตรีที่ท้องแก่ลงยังก้นหลุมทุกหลุม ที่มีการก่อสร้างสถานที่สำคัญในเมืองก็ตาม

การฝังคนทั้งเป็นก็ยังหาหลักฐานมาแสดงไม่ได้ ได้แต่มีการบอกเล่าของคนในสมัยก่อนและมาในยุครัชการที่๑ ท่านไม่ทรงโปรดให้มีการฝังคนทั้งเป็นในหลุมเด็ดขาด จะมีแค่การนำเอาดินมาปั้นให้เป็นลูกกลมๆ 4ลูกทำการโยนลงก้นหลุมแทนและเปรียบดินเหล่านั้นเป็นธาตุทั้ง4 ซึ่งมีธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ และให้โหรถือธาตุทั้ง 4คนละลูกโยนลงก้นหลุมแทน และจะนำแผ่นศิลาวางลงในหลุมและอัญเชิญเสาหลักเมืองลงไปและทำการกลบดินให้แน่น แล้วก็จะตีกลองฉลองชัยต่อไป และได้มีการอัญเชิญเหล่าเทวาดามาสถิตอยู่ในเสาแต่ละต้นนั้นด้วย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100





ติดตามผลงานอื่นๆ