Category: ตำนาน


ตำนานวัดเทวราชกุญชร 

พฤศจิกายน 10, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนานวัดเทวราชกุญชร 


           สำหรับวัดเทวราชกุญชรนั้นถูกสร้างขึ้นอยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยาและอยู่ตรงบริเวณถนนผดุงกรุงเกษม แต่ก่อนที่จะถูกตั้งชื่อว่าวัดเทวราชกุญชรนั้นเดิมวัดแห่งนี้ชื่อว่าวัดสมอแครงซึ่งหลายคนก็คิดว่าสาเหตุที่ตั้งชื่อว่าวัดสมอแครงนั้นเนื่องจากบริเวณพื้นที่วัดแต่เดิมนั้นมีต้นสมอแครงขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง ส่วนตำนานความศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับวัดเทวราชกุญชรนั้นก็คือแม่พวงซึ่งแต่เดิมนั้นในช่วงสมัยที่เธอยังมีชีวิตอยู่เธอเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว

แต่ต้องมาเสียชีวิตลงเนื่องจากว่าเธอนั้นเกิดอาการท้องร่วง ซึ่งหลังจากชื่อแม่พวงเสียชีวิตแล้วญาติของเธอได้นำศพของเธอนั้นไปฝังไว้ในสุสานเก๋งจีนของวัด  จนมาถึงช่วงประมาณปี 2526  ซึ่งปีดังกล่าวนั้นกรุงเทพฯเกิดน้ำท่วมใหญ่ มีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งได้ฝันว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งมาบอกให้ช่วยเหลือนำร่างของเธอออกจากสุสานเก๋งจีนหน่อย

โดยเธอบอกว่าตอนนี้น้ำท่วมร่างของเธอซึ่งก่อนที่เธอจะหายออกไปจากความฝันนั้นเธอได้บอกเลขสำหรับให้พระสงฆ์องค์ดังกล่าวนั้นเอาไว้ซื้อหวยด้วยและเมื่อพระสงฆ์องค์นั้นตื่นขึ้นมา พระสงฆ์องค์นั้นได้มีการไปซื้อเลขตามที่หญิงสาวที่มาเข้าฝันบอกและเลขดังกล่าวนั้นก็ออกรางวัลจริงๆ และเมื่อพระสงฆ์ถูกหวยแล้วจึงได้ไปค้นหาหลุมศพของหญิงสาวคนดังกล่าวตามที่ได้ฝันไว้และก็พบร่างของหญิงสาวที่ชื่อว่าแม่พวงจริงๆ

ร่างของแม่พวงนั้นยังคงสภาพปกติไม่เน่าไม่เปื่อย ซึ่งเมื่อชาวบ้านได้เห็นดังนั้นก็นำร่างของแม่พวงมาเก็บไว้ที่ศาลาภายในวัดหลังจากนั้นก็นำร่างของแม่พวงใส่โลงแก้วอย่างดีและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านต่างก็มาขอพรกราบไหว้ให้แม่พวงช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่รวมถึงการขอเลขเด็ดจากแม่พวงด้วย 

         ปัจจุบันนี้ร่างของแม่พวงยังคงอยู่ที่ศาลาภายในบริเวณวัดเทวราชกุญชรและชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นละแวกใกล้เคียงหรือชาวบ้านจากที่อื่นที่มีความศรัทธาในตัวของแม่พวงต่างก็ยังคงเดินทางมากราบไหว้ขอพรและขอโชคลาภจากแม่พวงกันอย่างไม่ขาดสายซึ่งแต่ละคนที่เดินทางมาด้วยความตั้งใจจริงและนับถือแม่พวงจริงๆก็จะได้รับพรจากแม่พุ่มพวงได้เลขเด็ดและได้โชคได้ลาภจากแม่พวงกันถ้วนหน้านั่นเอง

      และสำหรับใครที่อยากได้เลขเด็ดก็สามารถเดินทางไปขอเลขจากแม่พวงได้ ซึ่งจะต้องมีการเตรียมดอกไม้รูปเทียนไปไหว้ขอพรกับแม่พวงด้วย และหากใครได้โชคลาภจากแม่พวงแล้วละก็  อย่าลืมกลับไปขอบคุณแม่พวงที่ช่วยเหลือก็แล้วกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet สมัคร


ตำนานกษัตริย์ฟ้างุ้มแห่งเมืองล้านช้าง

พฤศจิกายน 3, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนานกษัตริย์ฟ้างุ้มแห่งเมืองล้านช้าง


       สำหรับเรื่องราวตำนานกษัตริย์ฟ้างุ้มแห่งเมืองล้านช้างนั้นเป็นเรื่องราวของกษัตริย์ที่ดูแลประเทศลาวซึ่งในขณะนั้นแบ่งการปกครองออกเป็นหลายเมืองและหนึ่งในนั้นก็คือเมืองล้านช้างนั่นเองโดยพระมหากษัตริย์องค์นี้ ส่งชื่อว่าฟ้างุ้มพระองค์นั้นเป็นผู้ที่มีความเก่งกาจสามารถส่งมักจะออกรบทำศึกสงครามอยู่เป็นประจำ

และพระองค์นั้นก็จะรบชนะอยู่อย่างต่อเนื่องสำหรับ กษัตริย์ฟ้างุ้มนั้นพระองค์ไม่ได้เก่งด้านการลบอย่างเดียวเท่านั้นแต่พระองค์ยังเป็นบุรุษที่หลงใหลในเรื่องของกามารมณ์เป็นอย่างมากดังนั้นเมื่อว่างจากศึกสงครามพระองค์จึงชอบยุ่งเกี่ยวกับหญิงสาวมากหน้าหลายตา

ซึ่งถ้าหากพระองค์ถูกใจใครเราก็จะส่งให้ทหารไปจับตัวมาโดยที่พระองค์จะไม่สนว่าหญิงสาวคนนั้นแต่งงานมีสามีแล้วหรือไม่ทำให้เหล่าข้าราชบริพารทั้งหลายต่างก็ไม่พอใจเนื่องจากว่าหากภรรยาของข้าราชบริพารคนไหนหน้าตาถูกใจพระองค์พระองค์ก็จะกลับมาทำเมียนั่นเอง

โดยที่ไม่สนใจว่าข้าราชบริพารเหล่านั้นจะพอใจหรือไม่ก็ตามสำหรับเรื่องเล่าเกี่ยวกับความยุ่งในเรื่องของการบรมของพระองค์นั้นว่ากันว่าพระบางซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีความเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์มากองค์หนึ่งในประเทศลาวถูกพระองค์ที่เป็นกษัตริย์แห่งล้านช้างไปทำการอัญเชิญมาจากเมืองเวียงคำหวัง

จะให้มาประดิษฐ์ฐานอยู่ที่เมืองล้านช้างเพื่อเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของล้านช้าง แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระบางซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้คงไม่ต้องการที่จะมาอยู่ปกครองเมืองที่มีกษัตริย์อย่างพระเจ้าฟ้างุ้มทำให้เกิดเหตุการณ์น่าอัศจรรย์ใจขึ้นเมื่อพระบาง

ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ปกติแล้วจะมีคนสามารถเคลื่อนย้ายได้กลับมีน้ำหนักหนักมากจนไม่สามารถที่จะเคลื่อนย้ายไปที่ไหนได้เลยจนในที่สุดกษัตริย์ฟ้างุ้ม ก็ส่งเปลี่ยนใจไม่ย้ายพระบางมาไว้ที่ล้านช้างเนื่องจากว่าไม่สามารถยกพระพุทธรูปองค์นี้ได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามว่ากันว่าเมื่อพระองค์ครองราชย์มาได้ 48 ชันษาพระองค์ก็ถูกข้าราชบริพารและชาวเมืองตากพากันขับไล่พระองค์ออกจากเมือง

เนื่องจากว่าทนพฤติกรรมของพระองค์ที่ทรงไปยุ่งเกี่ยวกับลูกเมียของคนอื่นไม่ได้จนพระองค์ต้องหนีไปที่น่านและสุดท้ายพระองค์ก็ไปเสียชีวิตที่นั่นเองหลังจากที่พระองค์นั้นได้ถูกขับออกเมืองร้านช้างแล้วพระโอรสของพระองค์ซึ่งชื่อว่าพระเจ้าสามเสนไทไตรภูวนารถก็ขึ้นครองราชย์แทน สำหรับพระเจ้าฟ้างุ้มนั้น พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ประชาชน

ต่างก็พากันโกรธแค้น ทำให้ตั้งแต่พระองค์ถูกขับไล่ออกจากเมืองล้านช้าง ก็ไม่สามารถที่จะกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองล้านช้างได้อีกเลย พระองค์ต้องเสียชีวิตอยู่ที่เมืองน่านเพียงคนเดียวลำพัง 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท


ตำนานเทพเจ้า โพรมีทีอุส

ตุลาคม 28, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนานเทพเจ้า โพรมีทีอุส


 

     สำหรับเรื่องราวของเทพเจ้าโพรมีทีอุส นั้นว่ากันว่าพระองค์เป็นเทพเจ้าที่คอยช่วยเหลือเรามนุษย์และพระองค์เป็นเทพเจ้าที่ได้นำไฟมาให้มนุษย์ได้รู้จักและนำมาใช้งานได้จนถึงทุกวันนี้โดยตำนานเกี่ยวกับเทพเจ้าโพรมีทีอุสนั้นระบุว่าพระองค์นั้นเป็นบุตรชายของไทรทันไอแอพิทัส และมีมารดาชื่อว่านางคลีเมน ว่ากันว่าเทพเจ้าโพรมีทีอุสนั้นเป็นเทพที่มีความเฉลียวฉลาดมีความเมตตา ซึ่งได้มีการเล่าขานเกี่ยวกับตำนานการสร้างโลกสร้างมนุษย์ของเทพเจ้าขึ้นมาว่าเทพเจ้าโพรมีทีอุส นั้นได้สร้างมนุษย์ขึ้นมาด้วยการนำดินเหนียวมาปั้นเป็นมนุษย์แต่เทพเจ้าองค์อื่นๆนั้น

ได้มีการสร้างโลกนี้ขึ้นมาทั้งนี้เทพเจ้าโพรมีทีอุส จะเข้าใจถึงจิตใจของมนุษย์ได้มากที่สุดพระองค์เป็นห่วงมนุษย์ดังนั้นพระองค์จึงได้มีการไปขโมยไฟจากเทพเจ้าซุสที่เทือกเขาโอลิมปัสมาให้มนุษย์ใช้งานโดยหวังว่าไฟที่พระองค์ได้ขโมยมานั้นจะมีประโยชน์กับมนุษย์ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากที่มนุษย์ได้รับไฟล์จากเทพเจ้าโพรมีทีอุส มาแล้วนั้นมนุษย์ก็รู้จักการทำอาหารกินเองการรู้จักใช้ไฟในการล่าสัตว์และพัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้ดังนั้นเทพเจ้าโพรมีทีอุส จึงเป็นเทพเจ้าที่มนุษย์ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากแต่อย่างไรก็ตามจากการที่พระองค์นั้นได้ไปขโมยไฟของเทพเจ้าซุสมาส่งผลให้เทพเจ้าซุสนั้นโกรธเทพเจ้าโพรมีทีอุส

เป็นอย่างมากจึงได้มีการสั่งให้ทหารนั้นไปจับเทพเจ้าโพรมีทีอุสมาขังเอาไว้ที่เลือกเขาแห่งหนึ่งซึ่งจะอยู่ห่างไกลจากผู้คนมากนักโดยให้มีการนำโซ่มาล่ามเอาไว้ไม่ให้เทพเจ้าโพรมีทีอุส สามารถไปไหนได้อีกทั้งยังมีการสั่งให้อีกามาทำการจิกตามร่างกายของเทพเจ้าโพรมีทีอุส รวมถึงการจิกกินตับจนทำให้เทพเจ้าโพรมีทีอุส ถึงแก่ความตายแต่อย่างไรก็ตามการตายครั้งเดียวนั้นไม่เพียงพอต่อความสะใจของเทพเจ้าซุสพระองค์นั้นจึงได้สั่งให้อีกานั้นมาจีบและกินตับของเทพเจ้าโพรมีทีอุส

ทุกวันโดยเมื่ออีกากินตับของเทพเจ้าโพรมีทีอุส จนตายแล้วเทพเจ้าซุสก็จะมาทำการชุบชีวิต  ให้เทพเจ้าโพรมีทีอุส ฟื้นคืนชีพใหม่อีกครั้งหนึ่งหลังจากนั้นก็จะมีหน้าที่มาติคและกินตับอีกรอบและเมื่อตายก็จะถูกชุบชีวิตใหม่อีกครั้งเป็นอย่างนี้เรื่อยๆทุกวันทำให้เทพเจ้าโพรมีทีอุส ได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัสซึ่งตามตำนานบอกว่าในที่สุดความทรมานนั้นก็สิ้นสุดลงเมื่อ เฮอร์คิวริสได้เดินทางผ่านมายังหุบเขาแห่งนั้นและได้เห็นการกระทำของอีกาเฮอร์คิวริส จึงได้ช่วยเหลือเทพเจ้าโพรมีทีอุส ด้วยการใช้ธนูยิงฎีกาตัวนั้นจนถึงแก่ความตายนั้นเอง   

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย


วิหารกระดูกแห่งเมือง อีโวรา 

ตุลาคม 13, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน วิหารกระดูกแห่งเมือง อีโวรา 


             ที่ประเทศโปรตุเกสมีวิหารแห่งหนึ่งซึ่งเป็นวิหารเก่าแก่มายาวนานวิหารแห่งนี้ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 15 และหากใครไปที่วิหารแห่งนี้บางคนมักจะบอกว่าที่นี่นั้นคือวิหารที่แสดงออกถึงความน่ากลัวแต่บางคนนั้นก็คิดว่าวิหารนี้มีความแปลกประหลาดเป็นอย่างมากสำหรับวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยพระรูปหนึ่งซึ่งนับถือนิกายฟานซิสกันสำหรับความน่าสะพรึงกลัวของวิหารแห่งนี้ก็เพราะว่าในตำนานของการสร้างวิหารแห่งนี้ระบุเอาไว้ว่าผู้ที่ก่อสร้างวิหารแห่งนี้ได้นำโครงกระดูกของมนุษย์

ซึ่งมีมากกว่า 5 พันคนด้วยกันนำมาสร้างเป็นวิหารแห่งนี้ขึ้นมาและเท่านั้นยังไม่พอความน่ากลัวไม่ใช่เพียงแค่โครงกระดูกที่มีกว่า 5000 คนถูกนำมาสร้างเป็นวิหารเท่านั้นแต่ภายในวิหารซึ่งจะอยู่ทางด้านผนังจะมีซากศพจำนวน 2 คนถูกแขวนห้อยเอาไว้ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อใครได้มาเห็นซากศพทั้งสองร่างนี้ต่างก็พากันหวาดกลัวด้วยกันทั้งนั้นแต่อย่างไรก็ตามซากศพทั้งสองร่างนี้ก็เปรียบได้ว่าเป็นจุดที่ทำให้นักบวชที่มานั่งทำสมาธิในวิหารแห่งนี้

ได้เกิดการปลงต่อสร้างสังขารของมนุษย์ได้อย่างไรก็ตามมีตำนานพูดถึงเรื่องของ ซากศพของทั้งสองร่างนี้ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรถึงทำให้ร่างของทั้งสองคนนั้นจำเป็นต้องมาถูกห้อยอยู่ในผนังของวิหารแทนที่จะอยู่ในหลุมฝังศพเหมือนกับคนอื่นทั่วไป สำหรับตำนานวิหารกระดูกของเมืองอีโวรา นี้มีการเล่ากันว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอมีสามีและลูกชายโดยหญิงสาวผู้นี้เป็นหญิงสาวที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกและเธอค่อนข้างที่จะเคร่งในศาสนาของเธอเป็นอย่างมาก

อยู่มาวันหนึ่งเธอได้เกิดมีปากเสียงกับสามีของเธออย่างรุนแรงโดยสามีของเธอนั้นเป็นคนที่มีอารมณ์โมโหร้ายนอกจากจะมีเรื่องทะเลาะกันสามีแล้วลูกชายของเธอยังเข้าข้างพ่อของเขาคนทั้งคู่ได้ทำการทารุณกรรมเธอด้วยการทุบตีเธอจนในที่สุดเธอก็เสียชีวิตแต่ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตนั้นเธอได้ทำการสาปแช่งคนทั้งคู่เอาไว้โดยคำสาปแช่งของเธอนั้นระบุเอาไว้ว่าเมื่อคนทั้งคู่ตายเมื่อไหร่

พวกเขาจะไม่มีที่ฝังดิน มีพื้นดินกลบหน้าของพวกเขาได้และคำสาปแช่งนั้นก็เกิดขึ้นเมื่อพ่อลูกคู่นี้ได้เสียชีวิตลงชาวบ้านได้ช่วยกันนำศพของพวกเขาไปทำการฝังศพตามพิธีกรรมทางศาสนาแต่ปรากฏว่าไงว่าชาวบ้านจะพากันช่วยขุดดินตรงบริเวณไหนก็แล้วแต่พวกเขาก็มักจะขุดไปเจอแต่ก้อนหินอยู่ภายใต้ดินไม่สามารถที่จะนำศพลงไปฝังได้จนในที่สุดชาวบ้านจึงได้มีการนำศพของพ่อลูกคู่นี้ไปแขวนไว้ตรงเรือนผนังโบสถ์แทน

โดยระบุว่าเพื่อที่จะได้ให้นักบวชนั้นได้รู้สึกปลงกับสังขารที่ไม่เที่ยงของมนุษย์แต่ถ้าที่จริงแล้วเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถหาที่ฝังศพให้กับพ่อลูกคู่นี้เท่านั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  gclub ฟรีสปิน


เจอผีญี่ปุ่นหลอกที่บ้านพักที่ญี่ปุ่น 

มิถุนายน 30, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน เจอผีญี่ปุ่นหลอกที่บ้านพักที่ญี่ปุ่น 


ไม่มีเกิดขึ้นสมัยตอนที่เรายังเรียนจบเมื่อไม่นานซึ่งเราได้ทำการชวนเพื่อนๆไปฝึกงานและไปสมัครงานที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งตอนนั้นเราก็สมัครงานผ่านและกำลังอยู่ในขั้นของการฝึกงานอยู่ซึ่งตอนนั้นเรามากัน 7 คนเราได้เตรียมห้องพักเอาไว้ซึ่งได้จองเอาไว้ซึ่งเป็นบ้านพักแบบ 3 ชั้นชื่อในวันนั้นหลังจากที่เราทำการฝึกงานจากที่ทำงานเสร็จเราก็เข้ามาที่หอพักซึ่งตอนนั้นเมื่อเราเปิดประตูเข้าไปในห้องพักน้ำทำให้เรารู้สึกแปลกๆมากเพราะว่าภายในห้องมืดเขาไม่แม้แต่จะเปิดผ้าม่านนอกจากนั้น

ยังทำการใช้ผ้าม่านแบบกรรแสงพิเศษซึ่งเพียงแค่ปิดเพียงชั้นเดียวก็จะทำให้มืดมากจนแทบมองอะไรไม่เห็นในห้องเลยซึ่งหลังจากนั้นเราก็เดินไปเปิดไฟตรงห้องจะมีระเบียงอยู่ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็นห้องน้ำและอีกฝั่งนึงก็จะเป็นห้องนอนซึ่งจะมีอยู่ 2 ห้องอยู่ใกล้ๆกันซึ่งประตูหนึ่งซึ่งเป็นประตูบานเลื่อนนั้นถูกเปิดแง้มไว้ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่ามีอะไรเราเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องภูตผีและนอกจากนั้นยังเป็นคนที่ไม่เคยเห็นผีมาทั้งชีวิตอีกด้วยซึ่งเราก็ไม่ได้สนใจอะไร

แต่มีความรู้สึกว่าเหมือนมีใครกำลังจ้องมองมาที่ตัวเราซึ่งนั่นทำให้เรารู้สึกใจร้อนรนแปลกๆซึ่งเราก็ได้เข้าไปดูว่ามีอะไรข้างในหรือเปล่าแต่ก็ไม่มีอะไรหลายครั้งที่จะมีเสียงตอนกลางคืนเวลาที่ทุกคนนอนหลับก็จะมีเสียงเหมือนของตกแตกหรือไม่ก็เสียงเปิดน้ำในห้องน้ำซึ่งทุกคนพากันเปิดไฟและเดินดูรอบห้องก็ไม่มีอะไรเลยนั่นทำให้ทุกคนยิ่งกลัวมากกว่าเดิม

ซึ่งวันนั้นกลุ่มเพื่อนของเราต้องการที่จะไปปาร์ตี้กันซึ่งเขาก็ชวนเราไปด้วยแต่เราเลือกที่จะนอนดีกว่าเนื่องจากพรุ่งนี้อยากไปทำงานตอนเช้าๆจะได้ทำให้หัวหน้าประทับใจซึ่งหลังจากนั้นเราก็ไปนอนตรงเตียงที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับประตูบานเลื่อนซึ่งมีห้องนอนอยู่นั่นแหละค่ะซึ่งตอนนั้นเราก็กำลังจะหลับแล้วแต่สายตาดันเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งผมขอโทษนั้นยาวอยู่ที่บ่านอกจากนั้นถ้ายังนั่งก้มหน้าอยู่ตรงห้องที่ใช้ประตูเป็นบานเลื่อน

ซึ่งตอนนั้นเราจ้องตาไม่กระพริบเพราะกลัวมากเนื่องจากมีแค่เราคนเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้หญิงคนอื่นเป็นผู้ชายกันหมดซึ่งเรากลัวมาก หลังจากนั้นเราจึงได้ทำการไปอยู่กับห้องเพื่อนซึ่งอยู่ชั้น 2 เป็นอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งชั้นหนึ่งก็จะมีรุ่นพี่คนอื่นๆและกลุ่มเพื่อนคนอื่นอยู่ด้วยกันซึ่งทุกๆคนนั้นเจอเรื่องเยอะมากขึ้นรวมถึงรุ่นพี่ด้วยทั้งคนทุกคนที่อยู่ทั้ง 3 ชั้นต่างก็เจอกันหมดยกตัวอย่างเช่นในตอนกลางคืนนั้นจะมีผู้หญิงวิ่งผ่านไปตรงระเบียง

ซึ่งนั่นน่ากลัวมากซึ่งนอกจากนั้นอีกอย่างนึงเลยนั่นก็คือทุกๆครั้งทุกๆคนจะเห็นว่าจะมีผู้หญิงคนเดียวกันมักจะมาพวกเราอยู่เสมอซึ่งผ่านไปสักพักเราก็เริ่มชินแล้วแล้วก็ออกจากโรงแรมนั่นแล้วก็ไม่ทักที่โรงแรมอื่นที่หรูกว่าและมีคนหลายๆคนอยู่และหลังจากนั้นเราก็ไม่เจออะไร

 

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์


ตำนานบ้านเขียวขุนพิทักษ์บริหาร

มิถุนายน 23, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนานบ้านเขียวขุนพิทักษ์บริหาร


           สำหรับประวัติของคุณพิทักษ์นั้นเช่นเคยเป็นข้ารองบาทรับใช้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 มาก่อนซึ่งในสมัยนั้นท่านประกอบอาชีพเป็นเจ้าของเรือโดยสารซึ่งมีขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเรือเขียวเดือนสารของท่านนั้นมีทั้งหมด 10 กว่าลำด้วยกัน โดยกิจกรรมล่องเรือโดยสารของท่านนั้นเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในช่วงสมัยนั้น ซึ่งคุณพิทักษ์มีภรรยาชื่อว่านางจ่าง ทั้งคู่รักใคร่กลมเกลียวกันดีต่อมาเมื่อพิทักษ์ล้มป่วยก็ได้ไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจนท่านเสียชีวิตที่โรงพยาบาลนั้นเอง

หลังจากนั้นต่อมาภรรยาของท่านก็เสียชีวิตจึงทำให้บ้านหลังดังกล่าวนั้นไม่มีคนอยู่อาศัยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแต่ในตำนานของบ้านขุนพิทักษ์นั้นกลับมีเรื่องเล่าพี่แสนจะน่ากลัวเกิดขึ้นเมื่อบางคนบอกว่าบ้านของขุนพิทักษ์นั้นมักจะมีคนเห็นวิญญาณเดินวนเวียนอยู่ภายในบริเวณบ้านซึ่งคนที่เห็นนั้นบอกว่าวิญญาณนั้นมักจะแต่งชุดสีขาวรวมถึงยังพูดกันอีกว่าบ้านของขุนพิทักษ์นั้นมีวิญญาณที่ถูกขังอยู่ภายในบริเวณบ้านเพราะวันดีคืนดีชาวบ้านก็มักจะได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว

แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวนี้น่าจะเป็นแค่เพียงคำเล่าลือเนื่องจากว่าบาทหลังกล่าวนั้นไม่มีคนอยู่อาศัยจึงต้องการพูดให้มีคนหวาดกลัวเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปรบกวนบ้านของคุณพิทักษ์แต่ในปัจจุบันนั้นบ้านของคุณพิทักษ์นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ประจำอำเภอและหน่วยงานต่างๆได้เข้าไปดูแลบูรณะซ่อมแซมเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมบ้านหลังดังกล่าวได้

เนื่องจากว่าบ้านหลังนั้นเป็นบ้านทรงโบราณแล้วก็สร้างมาจากไม้โบราณดังนั้นจึงควรค่าแก่การอนุรักษ์เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้มาดูและศึกษา สำหรับบ้านเขียวของขุนพิทักษ์นั้นหากใครเคยไปเที่ยวในเวลากลางวันจะพบว่าบ้านหลังนี้มีอากาศที่ร่มรื่นร่มเย็นเนื่องจากว่าจะมีลมโกรกพัดเข้าออกบ้านเย็นสบายเป็นบ้านไม้โบราณทั่วๆไปที่เราสามารถเห็นได้แต่ถ้าใครผ่านมาในช่วงเวลากลางคืนนั้นบ้านขุนพิทักษ์จะดูน่ากลัวไปสักนิดนึ

เนื่องจากว่าไม่ได้มีแสงไฟส่องสว่างเกิดขึ้นแต่จริงๆแล้วในความเป็นจริงบ้านขุนพิทักษ์นั้นก็เป็นบ้านไม้โบราณหลังหนึ่งซึ่งเป็นมรดกตกทอดของขุนพิทักษ์เอาไว้ให้กับลูกหลานและถือเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของประเทศไทยอีกแห่งหนึ่งนั่นเอง

   สาเหตุที่ทำไมถึงเรียกว่าบ้านของคุณพิทักษ์ว่าบ้านเขียวนั้น สาเหตุนั้นก็เพราะว่าท่านเกิดในวันพุธจึงทาสีตามวันเกิดของท่านเท่านั้นเอง ส่วนใครที่สงสัยว่าภรรยาของคุณพิทักษ์นั้นหายไปไหนหลังจากที่คุณพิทักษ์เสียชีวิตแล้วนั่นก็เพราะว่าท่านเสียใจมากจนท่านป่วยเป็นอัมพาต ซึ่งท่านไม่มีคนดูแลเจ้าหน้าที่จึงได้พาภรรยาของคุณพิทักษ์ท่านไปรักษาตัวและอยู่ที่บ้านพักคนชรานั้นเองดังนั้นหากข้อมูลที่เป็นจริงนั้นก็แสดงว่าบ้านหลังของคุณพิทักษ์นั้นไม่เคยมีประวัติคนเสียชีวิตในบ้านหลังดังกล่าวเลย

 

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่า


เรื่องราวที่แท้จริงของรูดอลฟ์

มิถุนายน 11, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน เรื่องราวที่แท้จริงของรูดอลฟ์


เรื่องมีอยู่ว่าในวัน CRISTMAS ซานตาคลอสจะต้องไปส่วของขัวญให้กับเด็กทั่วทั้งโลกและวันนั้นมีกวางตัวหนึ้งชื่อว่ารูดอฟ กวางเรนเดียร์ตัวอื่นๆต่างก็ไม่เล่นกับเขาเพราะคิอว่ารูดอฟเป็นตัวประหลาดเนื่องจากวง่าพวกเรนเดียร์ทั้งหมดใดมีจมูกที่เป็นสีดำอังเงาวับแต่รูดอฟกลับมีจมูกที่ใหญ่กว่าตัวอื่นและมีวสีแดงสดใสไม่เหมือคนอื่นๆดังนั้นจึงไม่มีใครต้องการเล่นกับรูดอฟผู้น่าสงสารเลยสักคน

และในวันCRISTMASรูดอฟตั้งใจว่าจะช่วยซานตาคลอสขับรถม้าเพื่อที่จะโชว์ความสามมารและจะโชว์ว่าเขาก็ไม่ได้แตกต่างกว่าทุกคน แต่ในวันคริสมาสรูดอฟกลัวว่าซานตาลอสจะไม่อณุญาติให้เขาช่วยบังขับเลื่อนเพราะเขามีจมูกสีแดงดังนั้นรูดอฟจึงหาโคลนและเอาโคลนมาป้ายที่จมูกของตัวเองจะได้ดูเหมือนสีดำ และในตอนนั้นทุกคนกำลังโชว์ความสารถให้ซานตาคลอสเลือกว่า

จะผ่านและสามารถไปบังขับเลื่อนได้หรือไม่ซึ้งในครั้งนั้นรูดอฟถูกชื่นชมจากซานตาคลอสว่าเก่งมากมากแต่ในระหง่างที่ราศีกำลังจับรูดอฟอยู่นั้นอยู่ๆโคลนก็หลุดออกจากจมูกของรูดอฟและหลังจากนนั้นทุกคนก็เริ่มที่จะล้อรูดอฟว่าจมูกแดงน่าเกลียดน่ากลัวและยังไม่มีใครยอมรับรูดอฟเลยหลงัจากนั้นรูดอฟจึงวิ่งไปหาแม่และเล่วพร้อมทั้งน้ำตาว่าเกิดอะไรขึ้นซึค้งแม่ของรูดอฟก็บอกว่าลูก ไม่เป็นไรนะ ยังไงแม่ก็รักหนูและจะอยู่เคียงข้างลูกนะ

เมื่อมาถึงเวลาที่ซานตาคลอสจะต้องเอาของขวัญไปให้เด็กเรนเดียร์ตัวอื่นๆต่างได้ออกไปเที่ยวรอบโลกครั้งแรกแต่รูดอฟกลับไม่ถูกเลือกถึงแม้ว่ามันจะเก่งที่สุดแต่อยู่ๆก็เกิดเหตุไม่คาดฝันคืออยู่ๆหมอกก็ลงหนาเสียจนกวางเรนเดียร์ก็มองไม่เห็นแต่เมื่อซานตาคลอสมองผ่ายหมอกก็พบว่าจมูกของรูดพดอส่งแสงเปล่งประกายระยิบระยับซานตาคลอสจึงตัดสินใจที่จะให้รูดอฟนำขบวนการลากเลื่อนในครั้งนี้

ซึ้งรูดอฟไม่รอช้ารีบตอบตกลงทันทีและทุกคนก็พากันลากเลื่อนผ่านหมอกที่หนาทึบแต่จมูกของรูดอฟก็สว่างพอที่จะทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นทางได้ หลังจากที่รูดอฟข่วยซานตาคลอสจึงสามารถที่จะส่งของขวัญให้เด็กเด็กได้อย่างทันเวลาพอดีต้องขอบคุณรูดอฟที่เป็นวีรบุรุษในครั้งนี้ รูดอฟสามารถช่วยให้คืนวันคริสมาสนี้ผ่านพ้นไปด้วยดี เด็กเด็กทุกคนที่ได้รับของขวัญแล้วมีความสุข ซานตาคลอสก็มีความสูขอย่างมาก

ทุกทุกคนจึงมีความสุข กว้างก็มีความสุขและที่สุขกว่าใครเลยก็คือรูดอฟนั่นเอง และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมารูดอฟ จึงเป็นตัวนำขบวนของกวางเรนเดียร์ทั้งหมด พาซาตาคลอสเดินทางไปแจกของขวัญให้กับเด็กเด้กทั่วโลก

 

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้บวก