Author: adminone


ประวัติหลวงปู่ทวดตอนเกิด

ตุลาคม 20, 2020

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติหลวงปู่ทวดตอนเกิด


              หากพูดถึงหลวงปู่ทวดเชื่อว่าเซียนพระยังรู้จักกันเป็นอย่างดีหรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่เซียนพระก็ต้องเคยได้ยินชื่อของหลวงปู่ทวดกันมาบ้างอย่างแน่นอนเนื่องจากว่าหลวงปู่ทวดนั้นมีอายุยาวนานมาแล้วหลายร้อยปีอีกทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังเกี่ยวกับเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์หากได้ยินชื่อของหลวงปู่ทวดทุกคนต้องได้ยินกิตติศัพท์ว่าหลวงปู่ทวดนั้นสามารถเหยียบน้ำทะเลให้จีบได้วันนี้เราจะมาพูดถึงประวัติของหลวงปู่ทวดช่วงที่หลวงปู่ทวดเกิดมาอย่างนั้นว่ามีเรื่องอันน่าอัศจรรย์ใจอะไรบ้าง

          สำหรับหลวงปู่ทวดนั้นเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจนพ่อแม่มีอาชีพทำนาเพียงเท่านั้นส่วนนาที่ทำนั้นก็ไม่ได้เป็นนาของตนเองแต่ไปเช่าที่นาของผู้ใหญ่บ้านหรือว่ากำนันแทนซึ่งในช่วงที่หลวงปู่ทวดเกิดมานั้นพ่อแม่ได้พาหลวงปู่ทวดไปเรียนที่นาด้วยโดยมีการผูกเปลเอาไว้กับต้นไม้หลังจากนั้นเมื่อหลวงปู่ทวดหลับพ่อกับแม่ก็จะออกไปทำนาและหากถึงเวลาก็จะมาให้นมหลวงปู่ทวดซึ่งพ่อแม่ก็ทำเป็นประจำอย่างนี้ทุกวันอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่หลวงปู่ทวดนั้นกำลังนอนหลับอยู่

ในเปลแม่ได้เดินกลับมาเพื่อที่จะเอานมให้หลวงปู่ทวดกินก็ปรากฏว่าไปเจองูตัวใหญ่มากกำลังพันเลยไปของหลวงปู่ทวดและตัวของมันนั้นก็เลื้อยมาอยู่บนหน้าอกของหลวงปู่ทวดพ่อกับแม่ตกใจเป็นอย่างมากจึงได้มีการตั้งจิตอธิษฐานขอให้งูนั้นไม่ทำอันตรายหลวงปู่ทวดซึ่งเมื่องูเห็นว่าพ่อแม่มีการตั้งจิตอธิษฐานก็มีการรื้อออกไปจากตัวของหลวงปู่ทวดเมื่อแม่มาดูที่ร่างกายของหลวงปู่ทวดก็ไม่พบร่องรอยการถูกงูกัดหรืออันตราย

แต่อย่างใดอีกทั้งตรงบริเวณใต้ตัวของหลวงปู่ทวดนั้นกลับพบว่ามีลูกแก้วลูกหนึ่งอยู่ด้วยซึ่งพ่อกับแม่เชื่อกันว่าลูกแก้วดังกล่าวนั้นเป็นงูซึ่งน่าจะเป็นงูของเทพนำมาให้กับหลวงปู่ทวดเพื่อเป็นการให้พร นั้นเป็นต้นมาครอบครัวของหลวงปู่ทวดก็มีฐานะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดซึ่งเรื่องราวนี้รู้ไปถึงหูผู้ใหญ่บ้านที่เป็นเจ้าของที่อยากได้ลูกแก้วลูกนั้นจึงมาขอจากครอบครัวของหลวงปู่ทวด

และพ่อของหลวงปู่ทวดไม่ให้กำนันคนดังกล่าวจึงได้หาทางกลั่นแกล้งแต่เมื่อได้ลูกแก้วไปแล้วขับทำให้กำนันดังกล่าวนั้นประสบกับความล้มเหลวในชีวิตครอบครัวมีอันต้องได้รับความเดือดร้อนจนในที่สุดก็ต้องนำลูกแก้วดังกล่าวกลับมาคืนหลวงปู่ทวดนั่นเอง จนเมื่อหลวงปู่ทวดเติบโตขึ้นพ่อของหลวงปู่ทวดก็ได้มอบดวงแก้วนี้ให้กับหลวงปู่ทวดและเมื่อหลวงปู่ทวดอายุได้ประมาณ 15 ปีพ่อของหลวงปู่ทวดก็นำหลวงปู่ทวดไปบวชเป็นสามเณรและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชีวิตของหลวงปู่ทวดก็อยู่ในร่มกาเสาวพักต์นับตั้งแต่นั้นมานั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า


วิหารกระดูกแห่งเมือง อีโวรา 

ตุลาคม 13, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน วิหารกระดูกแห่งเมือง อีโวรา 


             ที่ประเทศโปรตุเกสมีวิหารแห่งหนึ่งซึ่งเป็นวิหารเก่าแก่มายาวนานวิหารแห่งนี้ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 15 และหากใครไปที่วิหารแห่งนี้บางคนมักจะบอกว่าที่นี่นั้นคือวิหารที่แสดงออกถึงความน่ากลัวแต่บางคนนั้นก็คิดว่าวิหารนี้มีความแปลกประหลาดเป็นอย่างมากสำหรับวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยพระรูปหนึ่งซึ่งนับถือนิกายฟานซิสกันสำหรับความน่าสะพรึงกลัวของวิหารแห่งนี้ก็เพราะว่าในตำนานของการสร้างวิหารแห่งนี้ระบุเอาไว้ว่าผู้ที่ก่อสร้างวิหารแห่งนี้ได้นำโครงกระดูกของมนุษย์

ซึ่งมีมากกว่า 5 พันคนด้วยกันนำมาสร้างเป็นวิหารแห่งนี้ขึ้นมาและเท่านั้นยังไม่พอความน่ากลัวไม่ใช่เพียงแค่โครงกระดูกที่มีกว่า 5000 คนถูกนำมาสร้างเป็นวิหารเท่านั้นแต่ภายในวิหารซึ่งจะอยู่ทางด้านผนังจะมีซากศพจำนวน 2 คนถูกแขวนห้อยเอาไว้ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อใครได้มาเห็นซากศพทั้งสองร่างนี้ต่างก็พากันหวาดกลัวด้วยกันทั้งนั้นแต่อย่างไรก็ตามซากศพทั้งสองร่างนี้ก็เปรียบได้ว่าเป็นจุดที่ทำให้นักบวชที่มานั่งทำสมาธิในวิหารแห่งนี้

ได้เกิดการปลงต่อสร้างสังขารของมนุษย์ได้อย่างไรก็ตามมีตำนานพูดถึงเรื่องของ ซากศพของทั้งสองร่างนี้ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรถึงทำให้ร่างของทั้งสองคนนั้นจำเป็นต้องมาถูกห้อยอยู่ในผนังของวิหารแทนที่จะอยู่ในหลุมฝังศพเหมือนกับคนอื่นทั่วไป สำหรับตำนานวิหารกระดูกของเมืองอีโวรา นี้มีการเล่ากันว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอมีสามีและลูกชายโดยหญิงสาวผู้นี้เป็นหญิงสาวที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกและเธอค่อนข้างที่จะเคร่งในศาสนาของเธอเป็นอย่างมาก

อยู่มาวันหนึ่งเธอได้เกิดมีปากเสียงกับสามีของเธออย่างรุนแรงโดยสามีของเธอนั้นเป็นคนที่มีอารมณ์โมโหร้ายนอกจากจะมีเรื่องทะเลาะกันสามีแล้วลูกชายของเธอยังเข้าข้างพ่อของเขาคนทั้งคู่ได้ทำการทารุณกรรมเธอด้วยการทุบตีเธอจนในที่สุดเธอก็เสียชีวิตแต่ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตนั้นเธอได้ทำการสาปแช่งคนทั้งคู่เอาไว้โดยคำสาปแช่งของเธอนั้นระบุเอาไว้ว่าเมื่อคนทั้งคู่ตายเมื่อไหร่

พวกเขาจะไม่มีที่ฝังดิน มีพื้นดินกลบหน้าของพวกเขาได้และคำสาปแช่งนั้นก็เกิดขึ้นเมื่อพ่อลูกคู่นี้ได้เสียชีวิตลงชาวบ้านได้ช่วยกันนำศพของพวกเขาไปทำการฝังศพตามพิธีกรรมทางศาสนาแต่ปรากฏว่าไงว่าชาวบ้านจะพากันช่วยขุดดินตรงบริเวณไหนก็แล้วแต่พวกเขาก็มักจะขุดไปเจอแต่ก้อนหินอยู่ภายใต้ดินไม่สามารถที่จะนำศพลงไปฝังได้จนในที่สุดชาวบ้านจึงได้มีการนำศพของพ่อลูกคู่นี้ไปแขวนไว้ตรงเรือนผนังโบสถ์แทน

โดยระบุว่าเพื่อที่จะได้ให้นักบวชนั้นได้รู้สึกปลงกับสังขารที่ไม่เที่ยงของมนุษย์แต่ถ้าที่จริงแล้วเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถหาที่ฝังศพให้กับพ่อลูกคู่นี้เท่านั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  gclub ฟรีสปิน


วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ตุลาคม 6, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ


      สำหรับวันวิทยาศาสตร์นั้นโดยปกติแล้วจะตรงกับวันที่ 18 เดือนสิงหาคมของทุกปีโดยปกติแล้ววันวิทยาศาสตร์นั้นไม่ค่อยจะมีบทบาทอะไรกับประชาชนทั่วไปมากนักแต่จะมีบทบาทกับนักวิทยาศาสตร์และนักเรียนนักศึกษาซึ่งในวันวิทยาศาสตร์นั้นทุกคนก็จะต้องมีการจัดกิจกรรมภายในโรงเรียนโดยนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์มาแสดงให้กับนักเรียนนักศึกษาในโรงเรียนได้ชมกันอย่างไรก็ตามสำหรับการกำหนดวันวิทยาศาสตร์ครั้งแรกว่าตรงกับวันที่ 18 สิงหาคมนั้น

สืบเนื่องมาจากตั้งแต่ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในขนาดนั้นยังไม่มีวันวิทยาศาสตร์แต่อย่างใดแต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยมีการทำนายพยากรณ์เกี่ยวกับเรื่องของวันสุริยุปราคาเต็มดวงซึ่งพระองค์ทำนายล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์จริงไว้ 2 ปีโดยพระองค์ทำนายว่าวันที่ 18 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ๒๔๑๑

จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงขึ้นและแน่นอนว่าสถานที่ที่จะเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้ก็คือบริเวณเกาะการที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์รวมถึงที่ปราณบุรี และจังหวัดชุมพรก็จะสามารถมองเห็นจันทรุปราคาเต็มดวงนี้ด้วยดังนั้นเมื่อถึงวันที่ 18 สิงหาคมตรงกับที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการทำนายเอาไว้ประชาชนจึงได้เดินทางไปตามจุดที่พระองค์เคยทำนายเอาไว้ นั่นก็คือ ที่เกาะจาน รวมถึงพระองค์เอง

ก็ได้เดินทางไปยังเกาะจานด้วยเช่นเดียวกัน เพราะพระองค์อยากเห็นด้วยตาของพระองค์เองซึ่งในขณะนั้นมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เป็นผู้ดำเนินการเป็นตัวแทนไปทำการสร้างค่ายและที่ประทับไว้รอให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประทับดูสุริยุปราคาอีกครั้งในวันดังกล่าวนั้นยังมีนักดาราศาสตร์จากประเทศฝรั่งเศสและยังมีเจ้าเมืองของประเทศสิงคโปร์ร่วมไปดูพร้อมกัน

กับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย ซึ่งแน่นอนว่าในวันดังกล่าวนั้นเกิดสุริยุปราคาขึ้นจริงๆตามที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงทำนายและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ทำให้ทางสมาคมวิทยาศาสตร์ได้มีการกำหนดวันที่ 18 เดือนสิงหาคมเป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ และได้มีการกำหนดให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา   

          และจากเหตุการณ์ที่ไปดูสุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนั้นที่หมู่บ้านอำเภอบ้านหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็ได้มีการจัดตั้งสถานที่แห่งนั้นเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์ ซึ่งที่นั่นได้มีการทำพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเอาไว้ด้วย หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงโปรดให้มีการทำกิจกรรมต่างๆมากมายเกี่ยวกับเรื่องของพวกรวมดาว

อีกทั้งยังได้ทรงให้สร้างหอดูดาวเอาไว้ที่จังหวัดเพชรบุรีอยู่บนเขาวังซึ่งการก่อสร้างในครั้งนั้นมีการก่อสร้างเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมปีพศ 2403 และนับตั้งแต่พระองค์ทรงสนใจศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องของดาราศาสตร์พระองค์ก็สามารถเห็นดาวหางได้ถึง 3 ดวงเล็กอันนั้นได้แก่ดาวหาง ฟลูเกอร์กูส  ดาวหางโดนาติ ดาวหางเทพบุท

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020


ยุคหินและการเปลี่ยนแปลงทางงานศิลปะ 

กันยายน 22, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน ยุคหินและการเปลี่ยนแปลงทางงานศิลปะ 


ยุคหินเป็นยุคที่ผู้คนให้ความสนใจในการศึกษาไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตของผู้คนหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะในการทำงาน ว่าจะเป็นการแสดงถึงอารยธรรมต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาต่างๆเพราะยุคหินมีการแบ่งยุคต่างๆมากมายถึง 3 การเปลี่ยนแปลงของลักษณะการอยู่อาศัยของผู้คนหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการส่งต่อเรื่องราวความเชื่อต่างๆศาสนาหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการสร้างเพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆ งานศิลปะถูกสร้างขึ้นมามากมายไม่ว่าจะเป็นการสร้างหุ่นรูปปั้น

หรือแม้แต่เป็นการเจาะหินต่างๆให้เป็นรูปร่าง อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆในการพัฒนางานต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอผู้คนมักจะมีการปั้น สร้างลวดลายต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการใช้การสร้างประติมากรรมในถ้ำผู้คนก็มีการพัฒนาอยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงของงานต่างๆมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงของยุคหินเก่ามนุษย์ยังไม่มีการสร้างรูปปั้นประติมากรรมที่มีความโดดเด่นค่อนข้างเยอะ

ส่วนใหญ่ก็จะถูกต้อง เป็นรูปสัตว์ต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นงานเขียนต่างๆซึ่งแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ยุคหินก็เริ่มมีการพัฒนางานในการใช้หรือระบายสีบนฝ่าถ้ำมีเพียงเท่านั้นแล้วด้วยการใช้ สีจากเลือด หรือสีจากดิน และสีจากธรรมชาติอีกมากมาย อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ต่างๆมีการพัฒนาอยู่ข้างเยอะผนังถ้ำก็คือสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงระยะทางในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนไม่ว่าจะเป็นการเซาะร่องให้เป็นสัตว์ที่อยู่ในระหว่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปวัว รูปสัตว์ต่างๆที่เล่ามาเป็นอาหาร การแบ่งยุคสมัยมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

ผู้คนแต่ละยุคสมัยมีความต้องการในการพัฒนางานอยู่เสมอ เขายกต่อมาเป็นยุคหินกลาง สืบค้นได้ว่าศิลปะในช่วงนี้มีการบันทึกเรื่องราวได้ว่าผู้คนเริ่มมีการทำการเกษตรหรือแม้แต่จะเป็นการพึ่งพาตัวเอง มีลักษณะในการเลี้ยงสัตว์หรือว่าทำงานต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นเครื่องไม้เครื่องมือในการใช้งานต่างๆ 

ยกสุดท้ายเป็นยุคหิน เป็นยุคสุดท้ายที่มนุษย์ยุคหิน เริ่มมีการออกล่าสัตว์เป็นกลุ่มหรือแม้แต่จะเป็นการอยู่โดยสังคมอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่บ่งบอกได้ว่าแต่ละยุคสมัยมีการพัฒนางานศิลปะอยู่ตลอดเวลาผู้คนต่างๆให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการทำงาน

หรือสังคมต่างๆการเปลี่ยนแปลงต่างๆเหล่านี้เองศิลปะคือสิ่งที่ช่วยจดบันทึกเรื่องราวต่างๆในอดีตไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ผู้คนจะหยุดแต่สมัยก็มีการถนัดการอยู่อาศัยหรือการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติเข้ามาทำงานศิลปะก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่แต่ละยุคสมัยมีการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความเชื่อ การส่งต่อเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการบูชาเทวรูปต่างๆที่ได้ประดิษฐ์ขึ้นมา นี่เองจะเป็นส่วนสำคัญที่การพัฒนายุคสมัยต่างๆมีส่วนช่วยให้ผู้คนมีการพัฒนาความรู้หรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีมากยิ่งขึ้น 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ


ประวัติรองเท้าสุดฮิต Adidas

กันยายน 15, 2020

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติรองเท้าสุดฮิต Adidas


  คงกล่าวได้ว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักแบรนด์ดังอย่าง adidas  ซึ่งสำหรับ adidas  แล้วทุกคนจะรู้จักในนามของแบรนด์อุปกรณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการกีฬา ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กางเกง กระเป๋า ลูกฟุตบอล หรือแม้แต่รองเท้า สำหรับแบรนด์ adidas  นี้เป็นแบรนด์สัญชาติเยอรมนี และคนที่ก่อนตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาก็คือ สองพี่น้องตระกูล Dassler นั้นก็คือ Adolf และ  Adi Dassler  ซึ่งการทำรองเท้าครั้งแรกของพวกเขาเกิดขึ้นหลังจากที่ Adi Dassler เดินทางกลับมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1

โดยเขาทั้งสองทำรองเท้าครั้งแรกในปี ค.ศ. 1920 ซึ่งรองเท้าคู่แรกของพวกเขานั้นช่วยกันทำที่บ้านตรงที่พวกเขาซักผ้านั่นเอง  ซึ่งสองพี่น้องช่วยกันผลิตรองเท้าสำหรับนักกีฬาและมีการตั้งแบรนด์รองเท้าของพวกเขาว่า Dassler และเริ่มเปิดตัวขายรองเท้าครั้งแรกในปี ค.ศ. 1924 สำหรับรองเท้าของบริษัท Dassler เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างเนื่องจากมีนักกีฬานักวิ่งคนหนึ่งใส่รองเท้าของพวกเขาวิ่งแข่งขันโอลิมปิกและสามารถคว้าชัยชนะได้เหรียญทองมาถึง 4 เหรียญ

ซึ่งทำให้ในปีนั้นรองเท้าDassler จึงมียอดขายที่สูงมาก ซึ่งหลังจากที่สินค้าขายดีไม่นานก็เกิดสงครามโลกครั้งที่สองขึ้นและมีเหตุให้คนเป็นพี่ ถูกเรียกตัวกลับไปประจำการรบ และกิจการของพวกเขาก็เริ่มมีทหารเข้ามาเพื่อแทรกแซง โดยมีการสั่งให้บริษัทผลิตรองเท้าสำหรับให้ทหารใส่โดยเฉพาะ ซึ้งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้พี่น้องคู่นี้จึงมีการแยกตัวออกมาจากกันและมีการตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง

โดยรูดิ ได้ออกมาสร้างแบรนด์รองเท้าใหม่โดยใช้ชื่อว่า Ruma และตอนหลังก็เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น Puma  ส่วนแอดดิ จากที่ใช้แบรนด์ Dasslerก็เปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนกันมาเป็น Adidas  ซึ่งการแยกตัวออกมาทำแบรนด์เป็นของตัวเองของทั้งคู่นั้นเกิดจากความบาดหมางกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดังนั้นเมื่อมีการทำแบรนด์เป็นของตัวเอง ทั้งสองคนจึงแข่งขันกันขายสินค้าเรื่อยมาเป็นระยะเวลาถึง 60 ปี จนเมื่อปี ค.ศ. 2009

ทั้งสองคนก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้และร่วมมือกันผลิตสินค้าในการแข่งขันกีฬาขององค์กร One Day Peace  สำหรับรองเท้า adidas ในช่วงแรกที่ผลิตออกมาจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร นั่นก็คือพื้นใต้รองเท้าจะมีปุ่มยื่นออกมาคล้ายกับตะปูซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของรองเท้ายี่ห้อนี้เลยก็ว่าได้ และหลังจากที่รองเท้า adidas มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมากแล้ว

บริษัทจึงได้เริ่มที่จะผลิตสินค้าอื่นๆออกมาขาย แต่ก็ยังมุ่งเน้นที่จะผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา จนถึงปัจจุบันแบรนด์ adidas จึงเป็นแบรนด์ดังระดับโลกที่มีคนใช้สินค้าของเขามากที่สุด 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame


ความเป็นมาของงานศิลปะในประเทศไทย 

กันยายน 8, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน ความเป็นมาของงานศิลปะในประเทศไทย 


ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่รวบรวมงานศิลปะจำนวนมหาศาล รวมทั้งมีจิตรกรตามยุคตามสมัยต่างๆซึ่งตัวเหล่านี้เองเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่แต่ละยุคสมัยมีลักษณะของงานที่แตกต่างกัน ทุกคนให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการพัฒนารูปแบบของงานศิลปะโดยมากเพราะน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียน สถาปัตยกรรม รวมถึงงานประติมากรรมต่างๆก็มีงานต่างๆให้ได้เห็นพื้นฐานของงานศิลปะต่างๆเหล่านี้ถูกซึมซับตามยุคตามสมัยต่างๆ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การศึกษาต่างๆได้มีการพัฒนาที่ตั้งเยอะตั้งแต่เด็กในวัยประถมก็มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับงานศิลปะเบื้องต้นเป็นการระบายความรู้สึกความคิดใช้จินตนาการต่างๆการทำงาน อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงแต่ละยุคสมัยที่มีการพัฒนาการทำงานกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการใช้งานต่างๆเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนต่างๆให้การพัฒนารูปแบบ

โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีวัฒนธรรมในการสร้างสรรค์ผลงานให้เกี่ยวเนื่องกับศาสนา ยังไงก็ตามเราอาจจะไปวัดโบสถ์หรือตามสถานที่ต่างๆเห็นงานจิตรกรรมฝาผนังเป็นจำนวนมาก นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าถึงการสร้างสรรค์ผลงานที่เกี่ยวข้องกับการแกะสลัก การหล่อหลอม หรือแม้แต่จะเป็นปฏิมากรรมน้ำตามสถานที่ต่างๆตามยุคสมัย

ซึ่งศาสนาก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นส่วนสำคัญที่นำมาใช้เพื่อการทำงานศิลปะ อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีวัฒนธรรมความเป็นอยู่หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของกิจกรรมต่างๆที่ถูกถ่ายทอดมาเป็นระยะเวลานาน ประติมากรรมต่างๆในประเทศไทยที่เห็นตามวัดโปรดส่วนใหญ่ก็จะเป็นประติมากรรมเกี่ยวกับการศึกษาหรือวรรณคดีต่างๆที่นำมาเกี่ยวเนื่องกับผู้คนที่ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงศาสนาได้ไม่ได้มากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับนรกสวรรค์ หรือความเชื่อต่างๆ เอาคนไทยมีคติเกี่ยวกับความชื่นชอบหรือวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาเป็นจำนวนมากอย่างไรก็ตามนี่เองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันศรัทธาต่างๆได้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะเพื่อให้เข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบของศิลปะในประเทศไทยซึ่งมีหลากหลายสมัย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของศรีวิชัย สมัยลพบุรี สมัยเชียงแสน สมัยสุโขทัย รวมทั้งยังมีในส่วนของสมัยอู่ทอง และอยุธยา 

ศิลปะต่างๆเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือมีการเปลี่ยนวัฒนธรรมค่อนข้างมากปฏิมากรรมต่างๆถูกผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับต่อผู้คนแต่ละยุคแต่ละสมัย ในยุคปัจจุบันผู้คนต่างๆมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของผู้คนผ่านสิ่งต่างๆเหล่านี้ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงผู้คนง่ายมากขึ้นอย่างไรก็ตามแต่ยุคสมัยก็มีลักษณะหรือวัฒนธรรมในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน

ผู้คนต่างๆมีความเป็นอยู่หรือความเชื่อที่แตกต่างกันนี่เองจึงเป็นส่วนสำคัญที่ศิลปะเข้ามาเป็นสื่อกลางในการเข้าถึงผู้คนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงของลักษณะในการใช้ชีวิตของผู้คน 

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์


การบันทึกเรื่องราวผ่านยุคสมัย

กันยายน 1, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน การบันทึกเรื่องราวผ่านยุคสมัย


ความอิสระทางศิลปะนั่นคือการแสดงออก หรือการทำภาพเสียงหรือสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันสังคมมนุษย์มีการพัฒนาที่ข้างเยอะไม่ว่าจะเป็นทั้งอุปกรณ์หรือแม้แต่จะเป็นสภาพสังคมกิจกรรมต่างๆในปัจจุบันความเชื่อหรือแม้แต่จะเป็นเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่มีงานศิลปะมีจำนวนมากเกิดขึ้นมาประติมากรรมภาพวาดภาพเขียน หรือแม้แต่จะเป็นงานปั้นแกะสลักต่างๆก็มีการเกิดขึ้นมากมาย

อุปกรณ์ต่างๆที่มีการพัฒนาที่ว่างเยอะอย่างไรก็ตามที่จะเป็นสำคัญอย่างยิ่งที่งานศิลปะร่วมสมัยคือการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ที่ผู้คนต่างประเทศต่างๆต้องการจะสื่อให้ผู้คนได้เห็นผลงานศิลปะเป็นสิ่งที่ สามารถสื่อถึงทุกคนได้และสามารถตีความไปตามแบบที่ทุกคนคิดหรือเจอได้ ศิลปะจึงมีมากมายหลายแบบการทำงานศิลปะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการสร้างรูปทรงต่างๆการสร้างรูปแบบต่างๆ

ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอผู้คนมีการให้ความสำคัญในการเรียนรู้ศิลปะต่างๆ สาเหตุเป็นเพราะศิลปะคือการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการทำงานที่แสดงออกให้เห็นว่าในแต่ละยุคสมัยในสังคมในช่วงเวลานั้นมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง

ยกตัวอย่างเช่นในยุคปัจจุบันที่มีเหตุการณ์เกี่ยวกับทางด้านการเมืองเรื่องเยอะ งานร่วมสมัยต่างๆในยุคปัจจุบันก็จะออกไปในทางการแสดงความเห็นทางด้านการเมืองหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนางานต่างๆให้มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตามที่เป็นส่วนสำคัญที่ในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานการพัฒนางานศิลปะต่างๆซึ่งมีทิศทางที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีมีการพัฒนาที่ยั่งเยอะ

ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือแม้แต่ส่วนบุคคลและเทคนิคต่างๆที่เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานศิลปะในยุคปัจจุบันเป็นจำนวนมาก ทุกคนก็สามารถเข้าถึงงานด้วยกันได้มากยิ่งขึ้นจึงทำให้ในยุคปัจจุบันงานร่วมสมัยมีการเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากและเป็นจำนวนมากสามารถหาได้เดี๋ยวแม่จัดการสร้างเนื้อสร้างตัวจากการทำงานศิลปะในยุคปัจจุบัน

การบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นยกตัวอย่างเช่นงานจากสมัยกรุงศรีอยุธยาที่แสดงถึงเหตุการณ์การทำสงครามการเจริญรุ่งเรืองของเมืองต่างๆ หรือแม้แต่เป็นการแพทย์สำคัญต่างๆ รวมถึงความเชื่อทางสังคมซึ่งอาการเหล่านี้ถูกพัฒนาให้เป็นการศึกษาทั้งสิ้นหากลงไปวัดเก่าๆ เราก็เห็นงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับศาสนานี่ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่นักศึกษาเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ

ที่เกี่ยวข้องในอดีต หรือแม้แต่จะเป็นการบอกต่อว่าเหตุการณ์ใดที่เกิดขึ้นในอดีตคือความผิดพลาดอย่างไรได้บ้างนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่เรื่องราวต่างๆถูกส่งผ่านรุ่นต่อรุ่นจากงานศิลปะทั้งสิ้น 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet


ศิลปะที่ไม่หยุดแค่การมองไม่เห็น

สิงหาคม 25, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน ศิลปะที่ไม่หยุดแค่การมองไม่เห็น


ศิลปะ คือ ผลงานความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่ถูกแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นละคร นิทาน ภาพวาด
บทประพันธ์ เป็นต้น ศิลปะเหล่านี้สามารถสุนทรียภาพ ความประทับใจและสร้างความสะเทือนอารมณ์ได้ในคราวเดียวกัน ตามแต่เจตนารมณ์ของศิลปิน 

ปัจจุบันในประเทศไทยมีมูลนิธิที่ก่อตั้งมาช่วยเหลือผู้พิการทางสาย และช่วยฝึกการใช้ชีวิตให้แก่ผู้พิการทางสายตาเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้โดยไม่แตกต่างจากคนปกติทั่วไป ที่สำคัญยังช่วยฝึกฝนในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้จากการทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านคอมพิวเตอร์ ด้านงานฝีมือ ด้านทำอาหาร และโดยเฉพาะด้านศิลปะ เพราะศิลปะกับผู้พิการทางสายตาเป็นเรื่องที่เราจะนำมาพูดถึงกันในวันนี้ 

ศิลปะไม่มีการแบ่งชนชั้น ไม่มีการแบ่งถูกผิด ไม่จำกัดความสามารถ ทุกคนสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะออกมาได้
ขอเพียงแค่มีจิตวิญญาณของศิลปิน มีความต้องการที่จะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะก็สามารถเป็นศิลปินได้ แม้กระทั่งผู้พิการทางสายตา หลายคนอาจจะคิดว่าผู้พิการทางสายตาต้องใช้ชีวิตลำบากกว่าคนปกติหลายๆอย่างที่คนปกติทำได้ ผู้พิการทางสายตาอาจทำไม่ได้ ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ผู้พิการทางสายตาอาจมีความบกพร่องในอวัยวะของร่างกายในส่วนการมองเห็นก็จริง

แต่ความบกพร่องนั้นก็ไม่สามารถจำกัดขีดความสามารถของพวกเขาได้ พวกเขาสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะออกมาได้ ผ่านโลกที่มืดมิด แม้จะมองไม่เห็น แต่จินตนาการและหัวใจของความเป็นศิลปินของพวกเขามีไม่น้อยไปกว่าศิลปินที่มีอวัยวะครบ 32 ประการเลย 

ศิลปะช่วยบำบัดความเศร้า เพิ่มความสุข เสริมสร้างสุนทรียภาพให้แก่ผู้พิการทางสายตา เพราะการได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่างๆไม่ว่าจะเป็นการวาดรูป การระบายสี การประดิดประดอย งานปั้น  งานประติมากรรม การที่ผู้พิการทางสายตาได้สร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้ออกมาจะทำให้พวกเขารู้สึกภูมิใจในความสามารถของตัวเอง เพราะแม้พวกเขาจะมองไม่เห็น ไม่สามารถเห็นผลงานของตัวเองได้

ทำได้เพียงการสัมผัส แต่การที่ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากจินตนาการออกมาก็ทำให้พวกเขามีความสุขได้ ภูมิใจในความสามารถของตนเองและหากยิ่งมีผู้ที่ชื่นชอบ สนใจในผลงานของพวกเขายิ่งทำให้พวกมีกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปได้ และที่สำคัญผลงานศิลปะเหล่านั้นยังเป็นเครื่องมือในการหาเลี้ยงชีพของพวกเขาได้ด้วย 

ศิลปะอาจเป็นเรื่องที่ใครหลายคนมองข้ามในขณะที่ตนเองมีร่างกายครบ 32 ประการ มีความสามารถที่จะทำได้ แต่กลับเป็นเรื่องสำคัญและมีค่าต่อใจของคนบางกลุ่ม เพราะพวกเขาไม่สามารถมองเห็นได้ ทำได้แค่จินตนาการและสัมผัสผลงานของตัวเองออกมา แต่นั่นกลับต่อชีวิตของพวกเขาไปได้อีกนาน ศิลปะเหมือนเป็นยา เป็นแรงขับเคลื่อน เป็นอาชีพให้แก่ผู้พิการทางสายตา ศิลปะไม่เพียงแค่สร้างความสวยงามให้แก่ผลงาน

แต่ยังสร้างความสวยงามให้แก่ชีวิตใครอีกหลลายคน และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ศิลปินด้วย แม้ศิลปินผู้นั้นจะถูกจำกัดด้วยการมองไม่เห็น แต่นั่นก็ไม่สามารถจำกัดความสามารถของพวกเขาได้เลยแม้แต่น้อย

 

 

สนับสนุนโดย  สูตร sexy baccarat


ความลับอันน่าเศร้าจากผลงานของ Michelangelo

สิงหาคม 18, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน ความลับอันน่าเศร้าจากผลงานของ Michelangelo


มีเกลันเจโล หรือที่เรานั้นคุ้นเคยกับชื่อของเขาคือ ไมเคิลแองเจโล ว่าเราจะเคยได้ยินชื่อเขาในการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะด้วยชื่อใดกันแน่แต่สิ่งที่น่าสนใจไปกว่าชื่อของเขานั้นก็คือเขาเป็นใครกันแน่ Michelangelo เป็นชายที่มีอายุในวัย 89 ปีและมีชีวิตอันน่าอัศจรรย์ เพราะตั้งแต่เขานั้นเกิดและเติบโตมาจนมีชีวิตอยู่ถึงในปี 1564 โดยได้มีการแอบซ่อนอะไรบางอย่างไว้ภายใต้ผลงานที่เขานั้นได้สร้างสรรค์ผ่านผลงานของเขาจำนวนหลายชิ้น

โดยสิ่งที่เขาซ่อนไว้ในชิ้นงานนั้นก็คืออาการป่วยที่เขานั้นต้องเผชิญอยู่ในทุกวันตลอดที่เขานั้นมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีใครนั้นทราบเลยว่าเขานั้นได้มีการถอยทอดเรื่องราวเกี่ยวกับอาการป่วยของเขาผ่านชิ้นงานด้วย จนในที่สุดเขาก็ได้จากโลกนี้ไปด้วยโรคชรานั่นเอง

ในช่วงก่อนที่เขานั้นจะเสียชีวิตนั้น Michelangelo ได้มีอะไรที่จะต้องทำมากมายทำให้ภาพวาดที่เขานั้นสร้างสรรค์หลายต่อหลายชิ้นได้มีการถูกวางทิ้งเอาไว้ โดยที่ผลงานที่สร้างสรรค์ในแต่ละชิ้นนั้นยังไม่ได้มีการวาดให้แล้วเสร็จเลยด้วยซ้ำ และสิ่งที่ทำให้ Michelangelo นั้นต้องมีการพักเรื่องการวาดภาพก็เพราะว่าเขาได้หันไปสนใจและได้เริ่มสร้างสรรค์ผลงานเป็นรูปปั้นโดยในช่วงนั้นเขาจริงจังกับการจับค้อนและซิ่วมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีการสร้างสรรค์ผลงานเป็นรูปปั้นที่ไม่ใช่ภาพวาดแล้วนั้น เขาก็ยังคงมีการสร้างสรรค์ผลงานและมีการแอบซ่อนอาการป่ยของเขาว้ในสิ่งที่เขานั้นสร้างสรรค์เสมอ

ดดยอาการป่วยของ Michelangelo นั้นก็คืออาการของโรคเกาส์นั่นเอง โดยที่มือข้างซ้ายของเขานั้นไม่สามารถที่จะทำงานและใช้มือได้อย่างเป็นปกติ และได้มีการค้นพบบันทึกของหลานชาย Michelangelo ได้มีการเขียนถึงอาการของเกาส์ของเขาด้วยโรคที่ทำให้ Michelangelo นั้นไม่สามารถที่จะขยับข้อมือได้เหมือนเดิมทำให้เขาไม่สามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะได้อย่างเหมือนเดิมเช่นกัน และต้องบอกว่าในยุคนั้นการเป็นโรคแม้แต่โรคเกาส์ก็ถือว่าเป็นโรคที่สร้างความยากลำบากให้ชีวิตเช่นกัน

แต่สำหรับ Michelangelo นั้นเขาสารถที่จะฝ่าฟันและเอาชนะโรคเกาส์ที่เขานั้นเผชิญได้อย่างสำเร็จ และได้มีกรสร้างสรรค์ชิ้นงานมากมายขึ้น ดดยส่วนใหญ่ชิ้นงานที่เขานั้นสร้างสรรค์ออกมามักจะเป็นภาพวาดที่เกี่ยวกับอาการป่วยของโรคเกาส์ที่เขานั้นต้องเผชิญนั่นเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาสร้างสรรค์เพื่อเป็นการเก็บบันทึกช่วงชีวิตในวัยชราของเขาผ่านการสร้างสรรค์ชินงานด้วยภาพวาดที่เขาวาดนั่นเอง

เพื่อเป็นสิ่งที่ทำให้คนรุ่นหลังนั้นได้ตระหนักถึงการต่อสู้กับโรคร้ายที่ต้องเผชิญและยกย่องเขาให้เป็นนักติ่สู้โรคร้ายอันสูงส่งด้วย ก็ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นหลังได้อย่างดีมากๆเพราะไม่เพียงแต่ได้ชื่นชมผลงานทางศิลปะที่มีการสร้างสรรค์อย่างสวยงามแล้วยังเป็นแรงผลักดันและกำลังใจได้อย่างดีด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เว็บพนัน ufabet


ผลงานศิลป์ของอารยธรรมเมโสโปเตเมีย

สิงหาคม 11, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน ผลงานศิลป์ของอารยธรรมเมโสโปเตเมีย


เมโสโปเตเมียโบราณ ได้รับอิทธิพลนานัปการของวัฒนธรรมสุเมเรียน อัสซีเรีย รวมทั้งวัฒนธรรมบาบิโลเนียน วัฒนธรรมกลุ่มนี้มีความคล้ายกัน จนกระทั่งถูกแบ่งกลุ่มให้อยู่ภายใต้วัฒนธรรมเมโสโปเตเมีย ผลงานศิลป์ของเมโสโปเตเมียส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะของประติมากรรมกับสถาปัตยกรรม อย่างไรก็ตามชาวเมโสโปเตเมียนั้นชอบที่วาดรูปบนฝาผนังเป็นผลงานทางด้านจิตรกรรม แต่โชคร้ายที่มันหลงเหลือมาถึงปัจจุบันน้อยมาก

ชาวเมโสโปเตเมีย จะเชื่อในเรื่องของทวยเทพเทวดานางฟ้าต่างๆ เช่นเดียวกับอารยธรรมอื่นๆ รวมถึงได้รับทัศนคติที่มีต่อสตรีมาด้วย จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่าสิทธิของสตรีมีความสำคัญไม่แพ้ชาย ในแต่ก่อนชายหญิงล้วนจะต้องดำเนินการเหมือนกัน เนื่องจากว่าเมโสโปเตเมียโบราณเป็นฐานรากของสังคมทำการเกษตร อาชีพหลักเป็นการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และเช่นกันเพศหญิงก็สามารถทำได้ สามารถที่จะมีที่ดินสำหรับทำกินเป็นของตนเอง หรือเปิดธุรกิจของตัวเอง ผู้หญิงมีอิสระที่จะเลือกคู่ชีวิตเอง รวมทั้งสามารถแสดงออกได้อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา

ประติมากรรมเมโสโปเตเมีย งานศิลป์ทางประติมากรรมที่น่าดึงดูด คือ รูปปั้น เนื่องจากมีความสวยงามแลเห็นอย่างแจ่มแจ้ง ในฐานะที่เป็นศิลป์ทัศนศิลป์แบบเริ่มแรก มีความเรียบง่าย ตกแต่งด้วยลายเส้น มีรูปปั้นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ที่ถูกทำขึ้นโดยช่างแกะสลักเมโสโปเตเมีย 

ผลงานที่โดดเด่นทางด้านประติมากรรม คือ ผู้ปกป้องรักษา นามว่า พอร์ทัล  คำว่า พอร์ทัล เป็นศัพท์ทางสถาปัตยกรรมมีความหมายว่าประตู งานประติมากรรมพอร์ทัล หากมองดูจากด้านหน้าจะเป็นแบบสามมิติที่ ข้างๆ ถูกสลักให้คล้ายกับภาพนูน ส่วนมากจะเป็นสัตว์ หรือสัตว์ที่มีหัวเป็นมนุษย์ 

สถาปัตยกรรมเมโสโปเตเมีย สิ่งปลูกสร้างของเมโสโปเตเมียชอบทำขึ้นจาก หิน หรือ ก้อนอิฐที่ทำมาจากดินเหนียวหรือโคลน เป็นอุปกรณ์ก่อสร้างหลัก โดยเหตุนี้เองจึงหลงเหลือซากของอารยธรรมเพียงแค่น้อยนิด เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ของอียิปต์ หรือกรีก ซึ่งถูกผลิตขึ้นจากหินทำให้มีความคงทนมากๆ สถาปัตยกรรมที่สะดุดตาที่สุด คือ ziggurat ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่เหมือนกับพีระมิด แต่คนสร้างจะให้ความใส่ใจกับพื้นที่ข้างในบางส่วนหรือไม่ก็ได้ ภายนอกของ ziggurat ชอบถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องเคลือบ ภาพวาดฝาผนัง หรือกระเบื้องโมเสค

นอกจากพวกประติมากรรมและสถาปัตยกรรมแล้ว เครื่องเพชรพลอยอัญมณีโบราณของเมโสโปเตเมียก็เป็นที่น่าสนใจ การออกแบบเครื่องเพชรพลอยจะเป็นแบบลวดลายธรรมชาติ อย่างเช่น ใบไม้ โคน เกลียว หรือพวงองุ่น เครื่องประดับอีกแบบหนึ่ง คือ สุเมเรียน กับแบบอัคคาเดีย ส่วนมากสร้างขึ้นมาจากทอง หรือหินสังเคราะห์  ต่อมาอารยธรรมของชาวเมโสโปเตเมียก็ได้ปรับปรุงไปเป็นงานโลหะเข้ามาร่วมด้วย

ทำให้สามารถสร้างเครื่องประดับที่หลากหลายออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอเพชรพลอย กำไล จี้  โดยตอนนั้นเป็นความรุ่งเรื่องของชาวเมโสโปเตเมียเลยก็ว่าได้ เพราะทุกบ้านตั้งแต่เด็กเล็กจนผู้ใหญ่ก็มักจะสวมใส่เครื่องประดับกัน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100