ผู้เขียน: adminone


ประวัติตุ๊กตาหมี Teddy Bear

กันยายน 25, 2021

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติตุ๊กตาหมี Teddy Bear


       สำหรับ ประวัติตุ๊กตาหมี Teddy Bear  นั้นเกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยมีเรื่องเล่าถึงประวัติของการเกิดตุ๊กตาหมีตัวนี้เกิดขึ้นเมื่อมีนักวาดภาพคนหนึ่งที่ชื่อว่าแบรี่แมน เขาเป็นนักวาดภาพการ์ตูนโดยเน้นการวาดการ์ตูนล้อเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองเป็นหลัก

         ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งที่ทำให้เขานั้นเกิดความรู้สึกประทับใจและได้วาดภาพนี้ขึ้นมาด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อประธานาธิบดี To dwell   ต้องเดินทางไปที่รัฐมิสซิสซิปปี  เพื่อไปร่วมงานเจรจาแบ่งเส้นพรมแดนกับรัฐลุยเซียนา  ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อรองรับประธานาธิบดีให้ร่วมสนุกสนานร่วมกันนั่นก็คือการล่าสัตว์ป่าโดยสัตว์ในการลากครั้งนั้นก็คือหมีนั่นเอง

             แต่ระหว่างที่ราบกันนั้นปรากฏว่าไม่มีสักตัวออกมาให้ประธานาธิบดีล่าเลยดังนั้นจึงมีคนนำลูกหมีมาผูกติดกับต้นไม้เพื่อให้ประธานาธิบดีนั้นได้มีการยิงหมีเพื่อสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้กับคนที่มาร่วมงานนั่นเองอย่างไรก็ตามในเหตุการณ์ครั้งนั้นปรากฏว่าประธานาธิบดีธีโอดอร์โรสเวลต์นั้นปฏิเสธที่จะมีการยิงลูกหมีที่ถูกล่ามโซ่ไว้เนื่องจากว่าประธานาธิบดีรูสเวล นั้นรู้สึกสงสารลูกหมีจึงปฏิเสธที่จะยิงมัน

             และในเหตุการณ์ครั้งนั้นนายแบรี่แมนซึ่งเป็นนักวาดการ์ตูนล้อเลียนการเมืองก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเขาเกิดความรู้สึกประทับใจในตัวของประธานาธิบดีรูสเวลท์เป็นอย่างมากจึงได้มีการวาดการ์ตูนล้อการเมืองซึ่งเป็นการ์ตูนที่เขารู้สึกประทับใจขึ้นมาแล้วนำไปตีแผ่ให้กับคนในสังคมได้รับรู้กัน โดยถูกนำวางขายเมื่อวันที่ 16 เดือนพฤศจิกายนปีค.ศ 1902 ของสำนักข่าว The Washington post 

              ซึ่งภาพการ์ตูนล้อเลียนนี้สร้างความประทับใจให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมากและพากันพูดถึงความประทับใจกันนี้และก็มีสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งเขาเป็นครอบครัวที่ทำตุ๊กตาหมีขายได้อ่านข่าวความประทับใจนี้แล้วเกิดความรู้สึกประทับใจขึ้นมาเขาจึงได้มีการสร้างตุ๊กตาหมีขึ้นมาโดยเลียนแบบข่าวของประธานาธิบดีธีโอดอร์โรสเวลต์นั่นเองซึ่งเขาได้มีการตั้งชื่อตุ๊กตาหมีที่เขาสร้างขึ้นมานั้นว่า Teddy Bear  

               โดยให้เหตุผลของการตั้งชื่อนี้ว่าเท็ดดี้นั้นคือชื่อเล่นของประธานาธิบดีรูสเวลท์ และเมื่อสร้างตุ๊กตาหมีสำเร็จสามีภรรยาคู่นี้ก็นำตุ๊กตาหมีนั้นมาวางโชว์ที่หน้าร้านซึ่งด้วยความน่ารักของตุ๊กตาหมีทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านไปมาที่หน้าร้านนั้นเกิดความรู้สึกประทับใจและพากันซื้อตุ๊กตาหมีนี้ทำให้ตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์นี้ขายดีเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

             โดยหลังจากที่เปิดร้านขายตุ๊กตาหมี Teddy Bear ได้ไม่นานสามีภรรยาคู่นี้ก็สามารถสร้างเป็นโรงงานตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์ได้โดยมีโรงงานถูกสร้างที่ประเทศสหรัฐอเมริกา  

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ


ประวัติช่วงพระพุทธเจ้าปรินิพพาน

กันยายน 20, 2021

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติช่วงพระพุทธเจ้าปรินิพพาน


         อย่างที่รู้กันดีว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นหลังจากที่ตรัสรู้แล้วก็ได้มีการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ช่วงพระพุทธเจ้าปรินิพพาน เพื่อไปเทศนาพระธรรมคำสั่งสอนให้กับบรรดาผู้คนทั้งหลายเพื่อหวังว่าผู้คนนั้นจะบรรลุธรรมคำสั่งสอนและไม่ต้องอยู่ในอบายมุขหลงมัวเมาเกี่ยวกับเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้มีการออกเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อทำการโปรดสัตว์ซึ่งพระองค์นั้นใช้ระยะเวลาทั้งหมด 45 พรรษาในการที่ออกไปเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนพระพุทธศาสนาต่างๆ

      ซึ่งท้ายที่สุดแล้วพระองค์นั้นก็ได้ปรินิพพานในช่วงที่พระองค์นั้นอายุได้ประมาณ 80 พรรษาแต่ก่อนที่พระองค์จะปรินิพพานนั้นประมาณ 3 เดือนพระองค์ได้บอกกับบรรดาลูกศิษย์ของพระองค์ว่าอีก 3 เดือนให้หลังนั้นพระองค์จะทำการปรินิพพานแล้วซึ่งในช่วงนั้นพระองค์เริ่มป่วยหนักแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งในช่วงที่พระองค์ปรินิพพานนั้นพระองค์ประทับอยู่ที่ ณ  เวฬุคาม

      ซึ่งจุดบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นช่วงพื้นที่ของแคว้นวัชชีเมืองเวลาสี  อย่างไรก็ตามว่ากันว่าก่อนที่พระองค์พระปรินิพพานได้เพียงแค่ 1 วันเท่านั้นบังเอิญว่ามีชาวบ้านคนหนึ่งชื่อจุนทะได้มีการนำสุกรมัททวะมาถวายหลังจากที่พระองค์ทานเข้าไปไม่นานพระองค์ก็ป่วยทำให้พระอานนท์นั้นรู้สึกโกรธนายจุนทะเป็นอย่างมาก

        แต่พระพุทธเจ้าได้บอกกับพระอานนท์ว่า อานิสงส์ที่จะได้จากการบิณฑบาตนั้นจะมี 2 แบบก็คือเมื่อเสวยของที่บิณฑบาตเข้าไปแล้วเกิดการตรัสรู้กับอีกแบบนึงนั่นก็คือเกิดการปรินิพพานพร้อมกันนี้พระพุทธเจ้ายังได้สอนพระอานนท์อีกว่าหลังจากที่พระพุทธเจ้าล่วงลับไปแล้วนั้นสิ่งที่จะเป็นศาสดาของทุกๆคนนั้นไม่ใช่พระพุทธเจ้าแต่เป็นหลักธรรมคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้านั้นได้มีการแสดงบัญญัติและสอนให้กับทุกๆคนได้รู้จักพระธรรมวินัยนั่นเอง

           อย่างไรก็ตามในช่วงที่พระพุทธเจ้านั้นทรงป่วยหนักพระองค์ก็ไม่ได้พักผ่อนแต่ยังคงเดินทางไปอยู่ที่ป่าสาระที่กรุงสินาราโดยพระองค์ได้ปรินิพพานและเสด็จดับขันธ์อยู่ที่นั่น  ในช่วงจังหวะก่อนที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพานนั้นพระองค์ก็ได้บวชให้กับพระสุภัททะปริพาชก  ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระสงฆ์องค์สุดท้ายที่ได้รับการบวชโดยตรงจากพระพุทธเจ้านั่นเองโดยในช่วงที่มีการบวชให้กับพระสุภัททะปริพาชกนั้นมีบรรดาพระอรหันต์และผู้คนรวมถึงเทวดาเป็นจำนวนมากพากันมารวมตัวกัน

         เนื่องจากว่าทุกคนนั้นต้องการมาฟังโอวาทจากพระพุทธเจ้าซึ่งพระองค์ก็ได้มีการบอกกับบรรดาพระภิกษุสงฆ์และบรรดาเทวดาหรือพระอรหันต์ทั้งหลายเกี่ยวกับเรื่องของสังขารที่มันจะเสื่อมโทรมไปตามสภาพตามกาลเวลาซึ่งเมื่อพระองค์ได้มีการสั่งสอนเกี่ยวกับเรื่องของการดับขันธ์แล้วพระองค์ก็ปรินิพพานใต้ต้นสาละนั่นเองซึ่งวันดังกล่าวก็คือตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6   และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาวันดังกล่าวก็คือวันเริ่มต้นของพุทธศักราชนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet ฝาก-ถอน เอง


คนกรุงเทพมาจากไหนกัน?

กันยายน 14, 2021

ตำนาน

ปิดความเห็น บน คนกรุงเทพมาจากไหนกัน?


คนกรุงเทพมาจากไหนกัน? เราคงจะทราบกันดีหลังจากที่กรุงศรีอยุธยาจนต้องย้ายมาอยู่ที่กรุงธนบุรีที่ได้มทีพระเจ้าตากทรงเป็นพระมหากษัตริย์และตามมาด้วยปฐมกษัตริย์แห่งราชวงจักรีพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

ซึ่งท่านได้สถาปนารัตนโกสินทร์เป็นเมืองหลวงอันที่จริงก่อนที่กรุงเทพในความเห็นของนักวิชาการบางคนเขาบอกว่าต้องย้อนกลับไปในรัชกาลที่3เพราะว่าก่อนหน้านั้นเป็นช่วงก่อสร้างเมืองยังตีรบกับชาติอื่นๆอยู่ทำให้บ้านเมืองมันยังไม่ได้เป็นรูปร่างแล้วคนกรุงเทพยุคแรกเขามาจากไหนกัน

โดยถ้ามันจะโดนตีแตกจากอยุธยาแล้วคุณเคยนึกภาพหรือไม่ก่อนที่กรุงเทพจะกลายมาเป็นเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่เขาเริ่มกันด้วยจำนวนกี่คนมีข้อความที่น่าสนใจจากหนังสือกรุงเทพมาจากไหนของนักเขียนศรีบูรพาและในนั้นมันก็มีเนื้อหาที่หน้าสนใจเกี่ยวกับความเป็นมาของเมืองหลวงแห่งนี้อยู่มากมายเลยทีเดียว

นอกจากนี้ในหนังสือเขายังได้กล่าวเอาไว้อีกว่ากรุงเทพเคยเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่ที่เคยเป็นท้องทะเลอ่าวไทยเมื่อ12,000ปีที่แล้วรั้งต่อมาปรากฏการทางธรรมชาติได้พัดพาเอาตะกรโคลนมาทับทมจนกลายมาเป็นผืนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ทำให้มีผู้คนหลายเผ่าพันธุ์และก็หลายหลักแหล่งได้หลั่งไหลเข้ามา

เนื่องจากนี้เหตุการณ์เหล่านี้ก็ได้ดำเนินการไปเลื่อยๆจนถึงยุคแรกเริ่มองกรุงเทพเมื่อ500ปีที่แล้วกรุงเทพก็ได้เป็นเพียงแค่ชุมชนชาวสวนขนาดเล็กๆแล้วก็ได้ขยายออกไปในสมัยต้นๆของกรุงศรีอยุธยาหลงัจากนั้นก็ได้เติบโตกลายมาเป็นเมืองบางกอก

ดังนั้นพระเจ้าตากสินก็ได้สถาปนากรุงธนบุรีอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำพระยาแล้วรัชกาลที่1ก็ได้ย้ายมาทางฝั่งตะวันออกจากนั้นทรงได้ตั้งเป็นราชถานีจนมาถึงปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่าในหนังสือเขาได้กล่าวถึงนครศรีอยุธยาด้วยโดยในสมัยนั้นกรุงเทพจะเรียกว่าบางกอก

เพราะฉะนั้นแล้วว่ากันว่าบางกอกในสมัยนั้นเป็นลักษณะของชุมชนสาวที่จะมีผู้คนใช้ชีวิตหาเช้ากินค่ำทำสวนเสร็จก็มานั่งตกปลาก็ถือว่าเป็นชุมชนที่อยู่กันอย่างสะดวกสบายพอมันสะดวกสบายขึ้นแล้วจากชุมชนเล็กๆก็ได้ขยายตัวใหญ่ขึ้นๆเลื่อยๆ

ซึ่งก็ได้มีคนย้ายเข้ามาอยู่ในบางกอกมากขึ้นการคมนาคมสมัยก่อนที่เป็นทางน้ำที่ใช้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลักจะมีความไม่สะดวกมากขึ้นชาวเมืองก็เลยขุดคลองลัดเลาะลัดต่างๆมาจากถนนใหญ่มันก็ได้ทำให้บางกอกในสมัยนั้นมีลักษณะคล้ายแบนิส

หลังจากที่ได้ขุดคลองเล็กๆลัดเลาะไปแล้วกระแสของน้ำที่ไหลมาจากด้านบนก็พัดเข้ามาแรงเข้าๆพอไปๆมาๆเส้นทางคมนาคมก็ได้เปิดไปสู่อ่างไทยทำให้กลายเป็นหนึ่งในเส้นทางที่สะดวกที่ชาวต่างชาติจะเข้ามาติดต่อกับพระนครศรีอยุธยาได้

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร sbobet โดยตรง


ตำนานของแม่นากพระขโนงนั้นคือผีเฮี้ยนมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่?

กันยายน 9, 2021

ตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนานของแม่นากพระขโนงนั้นคือผีเฮี้ยนมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่?


ตำนานของแม่นากพระขโนง โดยวันหนึ่งที่นายมากหรือว่าสามีของแม่นาคเขาได้ถูกเรียกตัวเขาวังด่วนเพื่อไปรับราชการทหารเป็นระยะเวลากว่า1ปีในเวลานั่นเองและแม่นาคในเวลานั้นกำลังตั้งครรภ์อยู่และครรภ์ก็ค่อนข้างที่จะแก่เลยพ่อมากเขาก็เลยเข้าไปต่อลองแล้วก็ส่งสารไปที่วังแต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธคำสั่งของวังได้เขาจึงต้องเข้าวังและไปรับราชการทหารเป็นระยะเวลากว่า1ปีนั่นเอง

ซึ่งหลังจากที่พ่อมากได้เข้าไปรับข้าราชการทหารนานวันเข้าๆแม่นาคเขาก็เริ่มท้องแก่ขึ้นทุกวันๆจนมีอยู่วันหนึ่งในยามดึกแม่นาคเขามีอาการเจ็บท้องอย่างรุนแรงมีอาการเหมือนกับคนที่จะใกล้คลอดโดยดูจากรยะเวลาที่พ่อมากได้เข้าราชการทหารไปแล้วกับระยเวลาที่แม่นาคตั้งท้องมาก็ค่อนข้างที่จะใกล้เข้า9เดือนแล้วเป็นไปได้สูงมากว่าวันที่แม่นาคเจ็บท้องวันนั้นน่าจะต้องทำคลอดแล้วด้วย

เนื่องจากนี้แม่นาคในระยะเวลานั้นเขาก็ได้ตระโกนกรีดร้องออกมาขอควาช่วยเหลือจากชาวบ้านบริเวณนั้นว่าใครก็ได้ช่วยตามหมอตำแยใครที่สามารถทำคลอดให้ทีเมื่อเพื่อนบ้านเขาได้ยินแบบนั้นเขาก็ได้รีบวิ่งไปตามหมอตำแยประจำหมู่บ้านโดยหมอตำแยก็ได้รีบเข้ามาเพื่อที่จะได้รีบทำคลอดแม่นาคไม่เช่นนั้นอาจจะถึงอันตรายชีวิตของแม่นาคและลูกในท้องของแม่นาคก็เป็นได้

นอกจากนี้เราต้องขอบอกทุกคนก่อนว่าในการทำคลอดสมัยก่อนมันไม่ได้เหมือนยุคในปัจจุบันเพราะว่าการทำคลอดในสมัยก่อนนั้นเป็นการคลอดแบบธรรมชาติการคลอดแบบธรรมชาตินั้นเขาก็จะคลอดด้วยการเบ่งคนออกมาจากอวัยวะเพศแน่นอนแล้วว่าในการคลอดลักษณะนี้มันจะมีความทรมารและความเจ็บต่อแม่ของลูกมาก

เพราะฉะนั้นแล้วในความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุต่างๆไม่ว่าจะเป็นลูกกลับหัวผิดด้านครรภ์เป็นพิษหรือเบ่งลูกแล้วลูกไม่ออกหรืออะไรต่างๆมากมายที่สามารถเกิดขึ้นไปมันมีเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดขึ้นสูงมากและถ้ามันเกิดขึ้นทีมันไม่สามารถที่จะแก้ไขอะไรได้เลยเพราะว่าในสมัยก่อนมันไม่ได้มีการผ่าตัดเหมือนในยุคปัจจุบัน

ดังนั้นในการคลอดของคนสมัยก่อนใช้คำว่ามีโอกาศเกินครึ่งเลยที่ลูกในท้องอาจจะเสียชีวิตหรือทั้งแม่และลูกก็อาจจะเสียชีวิตไปเลยทั้งคู่ก็อาจจะเป็นไปได้และตามข้อมูลตรงนี้เขาก็ได้ลงเอาไว้ชัดเจนแล้วว่าความโชคร้ายตรงนี้มันก็ดันมาเกิดกลับแม่นาคเสียด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้


ประวัติวันมาฆบูชา

กันยายน 2, 2021

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติวันมาฆบูชา


        ประวัติวันมาฆบูชา นั้นนับได้ว่าเป็นวันสำคัญเกี่ยวกับศาสนาโดยตรงโดยเป็นของศาสนาพุทธซึ่งโดยปกติแล้ววันมาฆบูชานั้นจะยึดอยู่ที่ให้ตรงกับเดือน 3 และขึ้น 15 ค่ำ   ซึ่งในสมัยอดีตกาลนั้นสิ่งที่ทำให้เกิดวันมาฆบูชาขึ้นก็เพราะว่าในวันดังกล่าวนั้นจะเป็นวันที่มีพระสงฆ์เป็นจำนวนมากมาประชุมกันที่สถานที่แห่งหนึ่ง

            โดยพระสงฆ์ทุกรูปนั้นไม่เคยได้มีการนัดแนะกันมาก่อนเรียกว่าเป็นการมาประชุมโดยพร้อมเพียงกันโดยที่ไม่ได้นัดหมายนั่นเองซึ่งพระสงฆ์ที่เดินทางมาประชุมในครั้งนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 1250 รูป  สำหรับการเดินทางมาของพระสงฆ์ที่มารวมตัวกันในครั้งนั้นก็เพื่อที่จะต้องการมาฟังคำสั่งสอนพระเทศนาของพระพุทธเจ้านั่นเองซึ่งการเทศนาของพระพุทธเจ้าในครั้งนั้นเรียกว่าการแสดงโอวาทปาติโมกข์  

          ในสมัยพุทธกาลนั้นสถานที่ที่พระสงฆ์จำนวน 1250 รูปมารวมกัน ประวัติวันมาฆบูชา เพื่อฟังคำสั่งสอนของพระเทศนาของพระพุทธเจ้าในครั้งนั้นพระสงฆ์ทุกรูปต่างๆเดินทางมาที่เมืองราชโอรสโดยพากันมาที่วัดเวฬุวัน  และเหตุการณ์ในครั้งนั้นที่พระสงฆ์มารวมกันถึง 1250 รูปนั้นเองสร้างปรากฏการณ์ทำให้มีพระอรหันต์เกิดขึ้นซึ่งพระอรหันต์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นมีถึง 1250รูปนั่นก็หมายถึงว่าพระสงฆ์ทุกรูปที่เดินทางมาฟังคำสั่งสอนพระเทศนาของพระพุทธเจ้านั้นกลายเป็นพระอรหันต์หมดทุกรูปเลยนั่นเอง 

       ซึ่งปรากฏการณ์ในครั้งนั้นส่งผลทำให้ในทุกๆปีเมื่อถึงวันดังกล่าวนั้นชาวบ้านก็จะมีการออกมาทำบุญตักบาตรที่วัดกันเป็นจำนวนมาก  และที่สำคัญนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้มีการตั้งวันดังกล่าวนั้นให้เป็นวันสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาซึ่งในที่สุดก็ได้มีการตั้งชื่อว่าวันมาฆบูชานั่นเอง

          ในสมัยที่พระพุทธเจ้าเพื่อบรรลุโสดาบันนั้นยังเป็นช่วงที่มีลัทธิต่างๆเกิดขึ้นมามากมายซึ่งแต่ละที่นั้นก็มีในการศึกษาเพื่อให้ตัวเองบรรลุเป็นพระอรหันต์แตกต่างกันออกไปแต่หลังจากที่พระพุทธเจ้าสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์ได้และได้มีการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อให้คำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนาทำให้พวกพราหมณ์หรือผู้ที่นับถือลัทธิต่างๆนั้นหันมาสนใจฟังพระคำสั่งสอนและเทศนาของพระพุทธเจ้ากันมากขึ้น

          และหันมายึดและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้านั้นได้มีการสั่งสอนจนทำให้นายเท่ที่สุดแล้วผู้ที่นับถือลัทธิต่างๆก็เลิกนับถือลัทธิเดิมของตนเองที่เคยมีอยู่และหันมาเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและปฏิบัติตามยึดถือเป็นแบบอย่างจนท้ายที่สุดแล้วก็สามารถบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัดจนในที่สุดก็สามารถเป็นพระอรหันต์ได้นั่นเอง

            ซึ่งปรากฏการณ์ที่พระสงฆ์ 1250 รูปรวมกันเพิ่งมาพบและฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้นพระสงฆ์ต่างๆเหล่านั้นดังได้มีการทำพิธีชำระบาปของตนเองก่อนที่จะมีการมาเจอกับพระพุทธเจ้าอีกด้วย  หลังจากที่เจอกับพระพุทธเจ้าแล้วก็ฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งมีการให้โอวาทปาติโมกข์ในวันดังกล่าว    ปัจจุบันวันมาฆบูชาจะมีการทำบุญตักบาตรในช่วงเวลาเช้าและในช่วงเวลาค่ำก็จะมีการเวียนเทียนกันที่วัด 

 

สนับสนุนโดย. สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ


ศิลปะบนเรือนร่าง

สิงหาคม 26, 2021

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน ศิลปะบนเรือนร่าง


        สำหรับงานศิลปะแล้วไม่ใช่ว่าจะเป็นเพียงแค่การวาดรูปบนเพียงกระดาษอย่างเดียวเพียงเท่านั้น  ศิลปะบนเรือนร่าง  แต่งานศิลปะจริงๆแล้วสามารถทำได้หลากหลายเราสามารถสร้างผลงานศิลปะได้ไม่ว่าจะอยู่ด้านในอาคารหรือนอกอาคารหรือแม้แต่บนร่างกายของมนุษย์เองก็สามารถสร้างศิลปะได้เช่นเดียวกัน

    สำหรับคนที่ชื่นชอบและรักงานศิลปะนั้นมักจะมองเห็นถึงความสวยงามของศิลปะไม่ว่าจะถูกแต่งแต้มบนจุดไหนก็ตามอย่างเช่นการสร้างศิลปะความงดงามบนเรือนร่างของคนซึ่งออกมาในรูปแบบของการสักนั่นเอง  สำหรับคนที่ชื่นชอบงานศิลปะแต่มองว่าการสักคือการสร้างผลงานทางศิลปะอย่างหนึ่งโดยรูปที่ว่านั้นจะบ่งบอกถึงจิตใต้สำนึกความรู้สึกนึกคิดของบุคคลคนนั้นในขณะเดียวกันหากใครที่ไม่ได้รักและชื่นชอบงานศิลปะมากนักกับจะมองเห็นเกี่ยวกับเรื่องของการสักเป็นสิ่งที่สกปรกและไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งบนร่างกายของตนเอง

        ในอดีตการสักบนร่างกายมักจะนำความเชื่อโชคลางมาลงไว้บนร่างกายของเอมผ่านผลงานด้านศิลปะโดยจะเห็นว่าคนในอดีตนั้นมักจะสักเพราะมีความเชื่อว่ารอยสักดังกล่าวนั้นจะเชื่อให้เลือกเอาอยู่ยงคงกระพันหรือรอยสักนั้นจะทำให้ของเขาเจอแต่โชคดีและมีโชคลาภเข้ามาอย่างเช่นรอยสักของเสือเผ่นหรือรอยสักเกี่ยวกับพระพุทธรูปต่างๆรวมถึงรอยสักยันต์ 5 แถบ   จะเห็นได้ว่าคนในอดีตนั้นในลักษณะของเป็นดันเพื่อป้องกันศัตรูและภูตผีปีศาจ

           แต่ปัจจุบันผู้คนมีการเปลี่ยนแปลงรอยสักหันมาเปลี่ยนจากรอยสักซึ่งเป็นรอยสักป้องกันภัยมาเป็นรอยสักที่เพิ่มความสวยงามไม่ว่าจะเป็นการสักรูปกุหลาบ  หรือรูปดอกไม้ชนิดอื่นๆรวมถึงรูปสัตว์ต่างๆเช่นรอยสักรูปพญานาคและสถานที่สำคัญสำคัญและสวยงามหรือบางคนอาจจะสักชื่อของคนที่ตนเองรักอยู่บนร่างกาย

        ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า การสักในปัจจุบันนี้ไม่ได้สัก ศิลปะบนเรือนร่าง เพียงเพราะเป็นการป้องกันภัยอันตรายให้กับตัวเองเท่านั้นแต่เป็นการนำศิลปะความสวยงามมาไว้บนร่างกายของคนเราแทนที่จะนำศิลปะความสวยงามลงบนแผ่นกระดาษหรือฝาผนังเพียงเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามการสักความสวยงามบนร่างกายนั้นไม่ได้ทำขึ้นเฉพาะบุคคลทั่วไปเท่านั้นบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือบุคคลสำคัญไม่ว่าจะเป็นทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างก็มีการสักกันเยอะขึ้นดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าโลกนิยมหันมาสนใจศิลปะบนเรือนร่างเป็นมากขึ้น  เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปรูปภาพที่นำมาแสดงเป็นศิลปะบนร่างกายก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างไรก็ตามศิลปะบนร่างกายก็ยังคงมีอยู่และกาลเวลาก็ไม่สามารถทำลายผลงานศิลปะเหล่านี้ได้

 

สนับสนุนโดย.  ติดต่อ ufabet


ตำนานเบอร์โทรศัพท์มรณะ

สิงหาคม 19, 2021

ตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนานเบอร์โทรศัพท์มรณะ


        เคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์แปลกๆที่เมื่อได้รับแล้วจะมีผลทำให้คนที่ได้รับเบอร์โทรศัพท์นั้นเสียชีวิตกันบ้างไหมคะ  เบอร์โทรศัพท์มรณะ  หลายคนคงคิดว่าเรื่องเล่าแบบนี้ไม่ใช่เรื่องจริงอย่างแน่นอนคงเป็นเพียงแค่ภาพยนตร์สยองขวัญที่มีการสร้างขึ้นมา

        แต่คุณรู้ไหมคะว่าทั้งอันที่จริงแล้วเกี่ยวกับเรื่องเล่าหมายเลขโทรศัพท์มรณะนั้นเคยมีประวัติความเป็นมาก่อนและเป็นเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริง สำหรับเรื่องราวหมายเลขโทรศัพท์มรณะนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้นที่มีตำนานนี้แต่เรื่องราวหมายเลขโทรศัพท์มรณะนั้นที่ต่างประเทศก็มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกันเพียงแต่ว่าหมายเลขโทรศัพท์ของแต่ละประเทศนั้นจะแตกต่างกันออกไปเรามาดูตำนานของต่างประเทศว่ามีเรื่องเล่าเกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์มรณะว่าอย่างไร

 

หลายคนคงเคยได้ชมภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องแครี่สาวสวยสยอง

ซึ่งเป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอนั้นถูกสิ่งที่มองไม่เห็นจับไปข่มขืนกลางจากนั้นเธอก็ตั้งครรภ์ขึ้นมา  เบอร์โทรศัพท์มรณะ  ซึ่งเด็กทารกที่เธอคลอดออกมานั้นในครั้งแรกเธอกะว่าจะฆ่าเด็กคนนั้นแต่ภายหลังเธอก็ไม่ได้ฆ่า และเธอได้ตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่าแครี่ หลังจากนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดำเนินไปเรื่อยๆจนสุดท้ายเมื่อหนังฉายจบตอนท้ายจะมีการระบุหมายเลขโทรศัพท์มือถือขึ้นมา 1 หมายเลขโดยมีการเขียนเอาไว้ว่าให้โทรไปหา Carry ได้ที่เบอร์นี้

       แน่นอนว่าเมื่อมีคนได้เข้ามาชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วได้อ่านข้อความสุดท้ายในภาพยนตร์ก็จะมีคนบางกลุ่มที่ต้องการอยากลองดีจึงได้มีการจดเบอร์โทรศัพท์หมายเลขของแครี่แล้วยังทำการโทรไปยังเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวซึ่งแน่นอนว่าพวกที่เคยโทรไปนั้นต่างก็บอกว่าเมื่อพวกเขาโทรไปบางคนก็จะถูกตัดสายทิ้งซึ่งไปทางจะไม่รับสายแต่บางคนเมื่อโทรไปแล้วก็จะได้ยินเสียงของบทสวดมนต์ซึ่งพวกเขานั้นฟังไม่ออกว่าเป็นสวดมนต์ของภาษาอะไร 

       แต่ปัญหาไม่ได้จบเพียงแค่นั้นเมื่อพวกเขาวางสายลมหลังจากนั้นปรากฏว่ามีหมายเลขโทรศัพท์แปลกๆโทรกลับมายังเบอร์ของพวกเขา   ผู้คนที่ได้รับเบอร์โทรศัพท์แปลกๆต่างก็พากันหวาดกลัวจนบางคนนั้นถึงขนาดเกิดความหลอนและต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลโรคจิตเลยก็มีบางคนเกิดอาการคุ้มคลั่งและฆ่าตัวตาย 

       อย่างไรก็ตามเรื่องราวหมายเลขแปลกๆของแครี่นี้ก็มีการพูดถึงต่อๆกันมาจนในที่สุดทุกคนต่างก็พากันเลิกโทรหาหมายเลขของแครี่และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหมายเลขโทรศัพท์ของแครี่ก็ไม่เคยมีใครกล้าที่จะโทรออกไปหาอีกเลยและปัจจุบันนี้หมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวเมื่อมีคนท้องโทรเข้าไปก็ไม่มีคนใช้งานแล้วไม่สามารถติดต่อหมายเลขปลายทางได้แล้วนั่นเองเรื่องนี้นับได้ว่าเป็นตำนานสยองขวัญที่น่ากลัวอย่างมากที่เคยเกิดขึ้นมา

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้


เทศกาล holi Festival ของประเทศอินเดีย

สิงหาคม 13, 2021

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน เทศกาล holi Festival ของประเทศอินเดีย


               สำหรับ เทศกาล holi Festival  นั้น เทศกาลที่จัดขึ้นในประเทศอินเดียและเป็นประเทศเดียวที่มีการจัดเทศกาล holi Festival ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ที่จะมีการจัดเทศกาลนี้กันแล้วด้วยการจัดงานเทศกาลนี้นั้นจะมีการจัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนมีนาคมของทุกปีโดยระบุการจัดงานนั้นจะจัดช่วงประมาณวันที่ 9 ถึง 10 มีนาคมนั่นเองซึ่งเทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเที่ยวเพื่อไปร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลนี้อีกด้วย

            สำหรับเทศกาลนี้ว่ากันว่าเป็นเทศกาลที่ชาวฮินดูนั้นได้มีการจัดทำขึ้นมาเพื่อเทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่เก่าแก่ยาวนานอายุหลายร้อยปีแล้วเป็นลักษณะคล้ายๆกับเทศกาลวันสงกรานต์ของประเทศไทยเช่นเดียวกันเพราะเทศกาลนี้ชาวอินเดียและชาวฮินดูทั้งหลายนั้นกำลังสนุกสนานเพลิดเพลินและเฉลิมฉลองกันโดยมีการใช้สีผงมาสาดใส่กันซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้นเราจะจัดงานสงกรานต์โดยการใช้น้ำสาดใส่กันแต่สำหรับที่ประเทศอินเดียนั้นเป็นการใช้สีสาดใส่กันเองดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า เทศกาล holi Festival กับเทศกาลวันสงกรานต์นั้นเหมือนกันมากเป็นอย่างยิ่งแตกต่างกันที่ว่าของไทยจะใช้น้ำจนของประเทศอินเดียจะใช้สีผงนั่นเอง

          อย่างไรก็ตามหน้าวันเวลาผ่านไปรูปแบบของการจัดเทศกาล holi Festival ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นเดียวกันซึ่งในสมัยโบราณนั้นจะใช้เป็นการเอาผงสีซึ่งเป็นผงแห้งมาสาดใส่กันเพียงเท่านั้นด้วยสีสันนั้นแล้วแต่คนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะชื่นชอบเลยไม่ว่าคุณจะใช้สีฟ้าหรือแม้แต่สีชมพูสีเขียวสีเหลืองสีแดงก็มาผสมผสานศาสตร์ใส่กันได้ทั้งหมด

          สำหรับเทศกาล holi Festival นั้นไม่ได้มีการใช้แค่ผงสีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่มีบางคนนำน้ำมาผสมกับสีเพื่อที่จะใช้น้ำนั้นสาดใส่โดยน้ำนั้นเป็นน้ำที่ผสมสีนั่นเองเลขเด็ดว่าทั้งสนุกสนานและชุ่มฉ่ำกับการเล่นน้ำได้อีกด้วยสำหรับเทศกาลนี้จะนิยมจัดกิจกรรมการเฉพาะแค่ช่วงก่อนเที่ยงเท่านั้น

          หลังจากเที่ยงไปแล้วทุกคนก็จะแยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวและพอตกตอนเย็นทุกคนก็จะออกมาพบปะสังสรรค์กินข้าวรับประทานอาหารร่วมกันหรือบางคนก็จะแตกขนมหวานซึ่งเทศกาลนี้จะทำให้ผู้คนนั้นเกิดความรักความสามัคคีซึ่งกันและกันนั่นเอง 

          อย่างไรก็ตามเทศกาล holi Festival นี้ในช่วงยามค่ำคืนยังมีพิธีกรรมอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือเป็นพิธีบูชาไฟโดยผู้ที่เข้าร่วมพิธีกรรมนี้ได้นั้นจะต้องเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเท่านั้นและจะต้องมีลูกเป็นลูกชายถึงจะเข้าร่วมพิธีกรรมนี้ได้ซึ่งพิธีกรรมนี้ว่ากันว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากตัวเด็กชายนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ufabetฝ่ายบริการ


ประวัติขนมครัวซองต์

สิงหาคม 3, 2021

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติขนมครัวซองต์


          สำหรับขนมครัวซองนั้นเชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะมีขนมครัวซองต์ นั้นมีขายอยู่ทั่วไปแม้แต่ในร้าน 7-eleven ก็ตามซึ่งปัจจุบันนี้ครัวซองนั้นมีหลายรสชาติและเป็นขนมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ประวัติขนมครัวซองต์ โดยเฉพาะ ครัวซองต์ รส Original 

         คำว่าครัวซองต์นั้นหลายคนมองว่ามันคือคำภาษาฝรั่งเศส  ดังนั้นต้นกำเนิดของครัวซองต์ ก็น่าจะมาจากประเทศฝรั่งเศสนั้นเอง   แต่ในความเป็นจริงแล้วตามประวัติของขนมครัวซองต์ นั้นว่ากันว่าไม่ได้ริเริ่มเกิดขึ้นมาจากฝรั่งเศสแต่อย่างใด  แต่ขนมปังชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศออสเตรียนั่นเอง 

        ประวัติขนมครัวซองต์  ว่ากันว่าแต่ที่จริงแล้วขนมครัวซองต์นั้น เกิดขึ้นในสมัยช่วงของสงครามซึ่งเป็นการรบกันระหว่างชาวออสเตรีย กับชาวเติร์ก  โดยสงครามนี้เกิดขึ้นช่วงประมาณศตวรรษที่ 17  ซึ่งในขณะนั้นก็เป็นช่วงปีคริสต์ศักราช 1683   โดยสงครามนี้เกิดขึ้นที่กรุงเวียนนาซึ่งสงครามนั้นมีการต่อสู้กันมาอย่างยาวนานเป็นเดือนแต่ไม่ว่าจะพยายามต่อสู้กันมากแค่ไหนก็ไม่มีใครแพ้ใครชนะสักที

           แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งอาหารของฝั่งชาวเติร์กก็ได้ออกอุบายที่จะทำการขุดอุโมงค์ใต้ดินเพื่อไปให้ทะลุกำแพงอีกฝั่งหนึ่งของชาวออสเตรเลียนั่นเองแต่ระหว่างนั้นได้มีพ่อค้าทำขนมปังคนหนึ่งซึ่งเขาทำงานอยู่กะดึกและได้ยินเสียงการขุดอุโมงค์ดังกล่าวจึงได้ไปบอกทหารของฝั่งตนเองและทำให้ฝั่งของออสเตรเลียสามารถที่จะรักษากรุงเวียนนาเอาไว้ได้ไม่ได้พ่ายแพ้ให้กับชาวเติร์กนั่นเอง

          หลังจากนั้นชาวออสเตรเลียจึงได้มีการจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองเกิดขึ้นและหนึ่งในขนมที่ถูกนำมาวางในงานเลี้ยงนั้นก็คือขนมครัวซองซึ่งในขณะนั้นเป็นแค่เพียงชื่อขนมปังธรรมดาเพียงเท่านั้นแต่มีลักษณะคล้ายกับรูปพระจันทร์เสี้ยวเนื่องจากว่าชาวออสเตรเลียได้ทำขนมปังเลียนแบบลักษณะของธงชาติของชาวเติร์กซึ่งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวนั่นเอง   และนี่เองคือประวัติความเป็นมาของขนมครัวซองว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร 

        แต่ต่อมาภายหลังที่มีการเรียกขนมครัวซองต์ นี้เป็นภาษาฝรั่งเศสว่าครัวซองนั้นก็เพราะว่าในช่วงของสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 นั้น  เจ้าหญิงมาลี  อังตัวเนต  ซึ่งเป็นเจ้าหญิงของประเทศออสเตรเลียได้ไปแต่งงานและย้ายไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสและเนื่องจากพระองค์นั้นนึกถึงขนมของประเทศตนเองจึงได้ให้พ่อครัวทำขนมปังขึ้นมาซึ่งเป็นขนมปังรูปพระจันทร์เสี้ยวและพระนางก็ได้มีการเรียกชื่อขนมปังนี้ว่าขนมครัวซองต์  นั่นเอง 

        ดังนั้นชื่อขนมปังชนิดนี้จึงมีชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศส นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  ซึ่งปัจจุบันขนมนี้กลายเป็นขนมที่คนนิยมกินกันทั่วโลก 

 

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ


เส้นบางๆ ระหว่าง Street Art กับความสกปรก 

กรกฎาคม 23, 2021

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน เส้นบางๆ ระหว่าง Street Art กับความสกปรก 


          ในปัจจุบันนี้ในหลายจังหวัดจะมีมุมเล็กเล็กอยู่มุมหนึ่ง  Street Art กับความสกปรก  ซึ่งเด็กที่เรียนด้านศิลปะจะมีการปฏิบัติและขีดเขียนภาพศิลปะลงบนฝาผนังของตัวตึกและออกมาบอกว่านี่คือการแสดงศิลปะบนผนังหรือที่เรียกกันอย่างเท่ๆว่า Street Art   สำหรับมุมมองของคนที่เรียนศิลปะและชื่นชอบการวาดรูปมันคือความสวยงาม  สามารถนำพื้นที่ตรงนี้มาเป็นจุดขายดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปสวยสวยตรงบริเวณผนังที่มีการวาดรูปเอาไว้อย่างสวยงามได้เป็นการสร้างสรรค์ผลงานของกลุ่มคนที่รักศิลปะโดยตรง

         แต่ในทางตรงกันข้ามสำหรับคนที่ชื่นชอบความสะอาดบางคนอาจจะมองว่าศิลปะบนกำแพงหรือบนผนังตึกมันไม่ใช่ศิลปะอย่างแท้จริงแต่มันเป็นการสร้างความสกปรกให้กับผนังและกำแพง  และที่สำคัญมันไม่ใช่จุดที่จะสามารถบอกได้ว่ามันคือแหล่งท่องเที่ยวได้เลย

         Street Art กับความสกปรก  เพราะปกติแล้วเท่าที่เห็นตามสถานที่ต่างๆการวาดรูปภาพบนผนังหรือกำแพงนั้นจะมีแค่เฉพาะพื้นที่เล็กเล็กเท่านั้นและพื้นที่โดยรอบตรงจุดที่มีการวาดผนังหรือกำแพงก็เป็นตึกรามบ้านช่องของคนไม่ได้มีแหล่งท่องเที่ยวพอที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวได้เลย

        ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าในมุมมองของคนในการมองสิ่งเดียวกันคนนึงอาจจะมองว่าการวาดรูปบนผนังหรือมันกำแพงคือการรังสรรค์ศิลปะการสร้างผลงานเพื่อให้คนที่ชื่นชอบงานศิลปะได้มาเยี่ยมชมและสามารถเป็นจุดขายดึงดูดให้คนชื่นชอบศิลปะมาเที่ยวที่นี่ได้แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง

           ซึ่งมองว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมันซึมไม่ใช่ศิลปะแต่มันกำลังเป็นการทำลายพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้แต่มีแต่ความสกปรก ดังนั้นอาจจะกล่าวได้ว่าระหว่างความสกปรกและผลงานด้านศิลปะมีแค่เพียงเส้นบางบางขวางกั้นไว้เพียงเท่านั้นเองหากศิลปะนั้นต้องถูกบรรเลงอยู่บนทางกำแพงหรือผนังตึก 

         อย่างไรก็ตามหากต้องการให้มีการแสดงผลงานด้านศิลปะออกมาควรที่จะต้องมีการหาสถานที่ดีดีพื้นที่บริเวณโดยรอบควรจะมีความสวยงามและภาพที่วาดออกมานั้นควรจะเป็นภาพที่แสดงถึงประวัติศาสตร์หรือวิวทิวทัศน์ต่างต่างที่ดูแล้วสวยงาม  

          แต่ถ้าหากเป็นเพียงแค่ภาพที่ยังวาดไม่เสร็จและไม่สามารถระบายสีให้ดูดีได้เราก็ไม่สามารถบอกได้เต็มปากว่าตรงบริเวณที่คุณเรียกว่า  Street Art  มันคือที่รังสรรค์ผลงานศิลปะอย่างแท้จริงได้เลยเพราะแท้ที่จริงแล้วเอารูปที่วาดออกมานั้นไม่มีความสวยงามมีการพ่นสีเพื่อความสกปรกมันก็คือสถานที่ที่วัยรุ่นมาสร้างความสกปรกไว้เท่านั้นเอง 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร sbobet โดยตรง





ติดตามผลงานอื่นๆ