Author: adminone


Tom of Finland ศิลปินผู้นำเสนอศิลปะ

พฤศจิกายน 24, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน Tom of Finland ศิลปินผู้นำเสนอศิลปะ


Tom of Finland ศิลปินผู้นำเสนอศิลปะอัตลักษณ์ของชาวเกย์

คงไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่า Tom เป็นผู้มีอำนาจอย่างที่สุดสำหรับการสร้างคาแรคเตอร์ของชาวเกย์ โดยถ่ายทอดอออกมาเป็นรูปภาพ และในรูปภาพของเขาได้จุดแรงจูงใจ และกระแสเรื่องเพศให้กับกรุ๊ปชายรักชาย ที่มีมานานหลังจากสงครามโลก ด้วยการประสมประสานความเป็นผู้ชายแบบสุดขั้ว ทั้งยังจากอำนาจของชุดแต่งกายแบบทหาร ตำรวจ ลูกจ้างก่อสร้าง และเน้นภาพที่เห็นสัดส่วนอย่างชัดเจนของผู้ชาย ภาพของเขาปล่อยความเครียดที่เกิดขึ้นของคนจากกฎเกณฑ์สังคม แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นอุดมคติเพศวิถีที่สืบเนื่องกันมายาวนานถึงตอนนี้

ชั่วชีวิตของ Tom of Finland เขาสร้างผลงานไว้มากมาย และมีการเผยแพร่เป็นสิ่งพิมพ์นับไม่ถ้วน แถมยังถูกนำไปทำเป็นตราไปรษณียากรของไปรษณีย์ประเทศฟินแลนด์ ถูกนำมาดัดแปลงเป็นโครงเรื่องของหนังผู้ใหญ่ ส่วนเรื่องราวของเขาถูกนำไปสร้างเป็นหนัง ชื่อของเขาเปลี่ยนมาเป็นมูลนิธิช่วยเหลือนักแสดง ศิลปินที่เป็นเกย์

จุดเปลี่ยนของทอมที่ทำให้สร้างสรรค์ผลงานสไตล์นี้ออกมานั้น แรกเริ่มเดิมทีเขาได้กลายไปเป็นทหารซึ่งร่วมกับข้างของนาซี ตอนปี 1940 ในระยะนี้เองที่สายตาของเขาดันไปโฟกัสอยู่กับชุดแต่งกายแนบเนื้อของสังคมทหาร ที่เป็นชายล้วน

เมื่อจบการทำศึกสงครามนั้น เขาส่งรูปภาพที่เขาวาดขึ้นไปเผยแพร่ในแมกกาซีนอเมริกัน Physique Pictorial ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น แมกกาซีนสำหรับชายเพาะกาย บ่อยครั้งที่เขาได้ดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขภาพเหตุการณ์ที่เมื่อมองปกติก็เป็นเพียง กิจกรรมกีฬาเตะบอลกันให้เปลี่ยนเป็นแฟนตาซีทางเพศไปได้ ถัดมายังได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมไบค์เกอร์ด้วย

งานของเขาจุดประกายให้คนออกมาแต่งตัวตามความชอบ พยายามเรียกร้องสิทธิที่จะมีร่างกายในแบบที่ตนเองพึงจะมี ต้องการแสดงออกแล้วก็มีเซ็กซ์ลักษณะเดียวกันกับที่ทอมวาด ทั้งยังถูกใช้เป็นเครื่องหมายสำหรับในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของกรุ๊ป LGBTQ+ เหมือนกัน

มีคนไม่น้อยที่ไม่ชอบใจกับแนวทางการชื่นชมภาพอำนาจความเป็นผู้ชายที่เป็นพิษ ในงานของทอม แต่อย่างไรก็ตาม แม้อ่านงานของเขามากๆ เข้าจะมีความเห็นว่า รูปวาดของทอมนั้นมิได้สนับสนุนขั้วอำนาจดังกล่าวเลยสักนิด

ไอเดียการผลิตภาพที่เกี่ยวกับความเป็นผู้ชายในแบบฉบับที่อิสระ แบบที่ใจของทอมคิดไว้ ถูกส่งต่อกันมาจากศิลปินผู้ที่สังคมในยุคนั้นไม่ได้ยกย่อง สู่วัฒนธรรมที่เป็นอิทธิพลให้กับศิลปินคนอื่นๆ อีกมากมาย นำมาถึงแบรนด์แฟชั่นในยุคนั้นด้วย

นอกจากนี้ไนต์คลับเกย์ทั่วทั้งโลกจากยุโรปถึงทวีปเอเชีย พวกเราจะพบผู้คนที่แต่งตัวเลียนแบบตัวการ์ตูนของ Tom of Finland เดินไปเดินมาอย่างขวักไขว่ แม้ว่าในปัจจุบันการแต่งตัวของชาวเกย์จะไม่ได้ยึดติดอยู่กับเสื้อกล้ามรัดๆ ตามแบบของทอมแล้ว แต่ว่างานของทอมนั้นก็ยังคงถูกพูดถึงเสมอในแวดวงงานศิลปะ

 

 

สนับสนุนโดย    Sexy Gaming


ศิลปะจัดสวนแก้ว

พฤศจิกายน 17, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน ศิลปะจัดสวนแก้ว


การจัดสวนแก้วถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ได้รับความเป็นนิยมในปัจจุบัน ด้วยความสวยงามและสีเขียวของธรรมชาติ ถูกจัดสรร แต่งเติมให้อยู่ในสวนแก้วหรือโหลแก้ว แม้จะมีขนาดถือเล็กแต่ความสวยงามของธรรมชาติที่อยู่ในสวนแก้วนั้นกลับมีความสวยงาม น่ามองเป็นอย่างยิ่ง 

การจัดสวนแก้ว เปรียบเหมือนการออกแบบศิลปะธรรมชาติให้มาอยู่ในสวนแก้วได้อย่างสวยงาม โดยการนำต้นไม้ พืชพันธุ์ไม้และหินต่างๆ มาจัดวางให้เป็นสวนขนาดย่อมที่อยู่ในโหลแก้วได้อย่างสวยงาม บางครั้งอาจมีการจัดสวนประกอบการสร้างเรื่องราวโดยนำตุ๊กตาจำลองมาใส่ และสร้างเป็นบ้านไม้ขนาดเล็ก คล้ายบ้านตุ๊กตา เป็นการจำลองวิถีชีวิตของมนุษย์ลงไปในสวนเหล่านั้นด้วย นอกจากจะทำให้เกิดเป็นศิลปะที่มีความสวยงามแล้วยังเกิดเป็นเรื่องราวที่น่าติดตามได้อีกด้วย

การจัดสวนแก้วต้องใช้ความสามารถในด้านศิลปะผสานกับความสามารถในการปลูกต้นไม้ หากมีแค่ความสามารถอย่างหนึ่งอย่างใดคงไม่อาจทำให้ศิลปะสวนแก้วเป็นผลงานที่สวยงามได้ จะปลูกต้นไม้โดยปราศจากความคิดสร้างสรรค์ในการจินตนาการภาพเพื่อจัดสวนก็คงไม่ได้ กลับกันถ้ามีความคิดสร้างสรรค์แต่ปราศจากการความรู้ในเรื่องการปลูกต้นไม้ ก็คงไม่สามารถปลูกต้นไม้ให้เจริญงอกงามได้

รูปแบบในการจัดสวนแก้วมีด้วยกันทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่

1.การจัดสวนแก้วแบบแห้ง เป็นการใช้พรรณไม้อวบน้ำในการจัดสวน

2.การจัดสวนแก้วแบบชื้น เป็นการใช้พรรณไม้น้ำในการจัดสวน

วัสดุ/อุปกรณ์ในการจัดสวนแก้ว

  1. แก้วหรือโหลใส รูปทรงใดก็ได้ไม่ว่าจะทรงกลม ทรงเหลี่ยม 
  2. ดินและทราย อาจจะใช้ทรายธรรมชาติหรือทรายมีสีก็ได้
  3. หิน สามารถเลือกใช้เป็นหินประดับที่มีความงดงามก็ได้
  4. พรรณไม้อวบน้ำและหรือพรรณไม้น้ำ เลือกได้ตามความต้องการของเรา
  5. ช้อนปลูก
  6. พู่กัน ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่

7.มีดคัตเตอร์และกรรไกร  

  1. ชุดเขียนแบบเพื่อใช้ในการวาดรูปออกแบบสวน  ประกอบด้วย กระดาษวาดเขียน  ดินสอ  ยางลบ ไม้บรรทัด  

 

ขั้นตอนการจัดสวนแก้ว

  1. ออกแบบสวน โดยการเขียนแบบ ซึ่งจะเป็นการจินตนาการขึ้นมาเองหรือจะวาดภาพเลียนแบบจากธรรมชาติก็ได้
  2. เตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ที่จะใช้ในการจัดสวน ประกอบด้วย พรรณไม้ ทราย หิน และอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ 
  3. ทำความสะอาดขวดแก้วหรือโหลแก้ว
  4. นำทรายโรยลงไปก้นแก้ว ให้ทรายสีความสูงขึ้นจากก้นแก้วเพียงเล็กน้อย
  5. นำดินลงไปผสม โดยผสมตามชนิดของพรรณไม้ที่จะใช้จัดสวน พยายามไม่ให้ดินปลูกมีความสูงกว่าทราย
  6. นำทรายมาข้างแก้วตามที่ออกแบบไว้ และตามด้วยดินปลูก ทำสลับกันไปจนกว่าจะเสร็จ)
  7. นำหินมาวางประดับ หรืออาจนำของตกแต่งอย่างอื่นมาวางประดับด้วย เช่น ตอไม้  
  8. นำหินเกร็ดมาโรยทับดินปลูก และนำแปรงมาปัดหินให้สะอาดเรียบร้อย
  9. นำน้ำมาฉีดพรมภายในแก้วให้ทั่วถึง 
  10. เช็ดโหลแก้วทั้งภายใน ภายนอกและด้านข้างให้สะอาด
  11. เมื่อเสร็จแล้วให้นำโหลแก้วไปวางรับแสงแดด

เพียงเท่านี้เราก็จะได้สวนแก้วอันเป็นธรรมชาติขนาดย่อมๆมาไว้ในบ้านเราได้แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถมอบเป็นของขวัญให้แก่คนพิเศษได้ ที่สำคัญศิลปะจัดสวนแก้วยังช่วยบำบัดสภาพจิตใจได้ด้วย เพราะการที่ได้เห็นสีเขียวจากธรรมชาติจะช่วยผ่อนคลายความเครียด เรียกได้ว่าได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และยังช่วยให้ผ่อนคลายสมองด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    sexybaccarat


ตำนานวัดเทวราชกุญชร 

พฤศจิกายน 10, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนานวัดเทวราชกุญชร 


           สำหรับวัดเทวราชกุญชรนั้นถูกสร้างขึ้นอยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยาและอยู่ตรงบริเวณถนนผดุงกรุงเกษม แต่ก่อนที่จะถูกตั้งชื่อว่าวัดเทวราชกุญชรนั้นเดิมวัดแห่งนี้ชื่อว่าวัดสมอแครงซึ่งหลายคนก็คิดว่าสาเหตุที่ตั้งชื่อว่าวัดสมอแครงนั้นเนื่องจากบริเวณพื้นที่วัดแต่เดิมนั้นมีต้นสมอแครงขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากนั่นเอง ส่วนตำนานความศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับวัดเทวราชกุญชรนั้นก็คือแม่พวงซึ่งแต่เดิมนั้นในช่วงสมัยที่เธอยังมีชีวิตอยู่เธอเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว

แต่ต้องมาเสียชีวิตลงเนื่องจากว่าเธอนั้นเกิดอาการท้องร่วง ซึ่งหลังจากชื่อแม่พวงเสียชีวิตแล้วญาติของเธอได้นำศพของเธอนั้นไปฝังไว้ในสุสานเก๋งจีนของวัด  จนมาถึงช่วงประมาณปี 2526  ซึ่งปีดังกล่าวนั้นกรุงเทพฯเกิดน้ำท่วมใหญ่ มีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งได้ฝันว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งมาบอกให้ช่วยเหลือนำร่างของเธอออกจากสุสานเก๋งจีนหน่อย

โดยเธอบอกว่าตอนนี้น้ำท่วมร่างของเธอซึ่งก่อนที่เธอจะหายออกไปจากความฝันนั้นเธอได้บอกเลขสำหรับให้พระสงฆ์องค์ดังกล่าวนั้นเอาไว้ซื้อหวยด้วยและเมื่อพระสงฆ์องค์นั้นตื่นขึ้นมา พระสงฆ์องค์นั้นได้มีการไปซื้อเลขตามที่หญิงสาวที่มาเข้าฝันบอกและเลขดังกล่าวนั้นก็ออกรางวัลจริงๆ และเมื่อพระสงฆ์ถูกหวยแล้วจึงได้ไปค้นหาหลุมศพของหญิงสาวคนดังกล่าวตามที่ได้ฝันไว้และก็พบร่างของหญิงสาวที่ชื่อว่าแม่พวงจริงๆ

ร่างของแม่พวงนั้นยังคงสภาพปกติไม่เน่าไม่เปื่อย ซึ่งเมื่อชาวบ้านได้เห็นดังนั้นก็นำร่างของแม่พวงมาเก็บไว้ที่ศาลาภายในวัดหลังจากนั้นก็นำร่างของแม่พวงใส่โลงแก้วอย่างดีและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านต่างก็มาขอพรกราบไหว้ให้แม่พวงช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่รวมถึงการขอเลขเด็ดจากแม่พวงด้วย 

         ปัจจุบันนี้ร่างของแม่พวงยังคงอยู่ที่ศาลาภายในบริเวณวัดเทวราชกุญชรและชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นละแวกใกล้เคียงหรือชาวบ้านจากที่อื่นที่มีความศรัทธาในตัวของแม่พวงต่างก็ยังคงเดินทางมากราบไหว้ขอพรและขอโชคลาภจากแม่พวงกันอย่างไม่ขาดสายซึ่งแต่ละคนที่เดินทางมาด้วยความตั้งใจจริงและนับถือแม่พวงจริงๆก็จะได้รับพรจากแม่พุ่มพวงได้เลขเด็ดและได้โชคได้ลาภจากแม่พวงกันถ้วนหน้านั่นเอง

      และสำหรับใครที่อยากได้เลขเด็ดก็สามารถเดินทางไปขอเลขจากแม่พวงได้ ซึ่งจะต้องมีการเตรียมดอกไม้รูปเทียนไปไหว้ขอพรกับแม่พวงด้วย และหากใครได้โชคลาภจากแม่พวงแล้วละก็  อย่าลืมกลับไปขอบคุณแม่พวงที่ช่วยเหลือก็แล้วกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabet สมัคร


ตำนานกษัตริย์ฟ้างุ้มแห่งเมืองล้านช้าง

พฤศจิกายน 3, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนานกษัตริย์ฟ้างุ้มแห่งเมืองล้านช้าง


       สำหรับเรื่องราวตำนานกษัตริย์ฟ้างุ้มแห่งเมืองล้านช้างนั้นเป็นเรื่องราวของกษัตริย์ที่ดูแลประเทศลาวซึ่งในขณะนั้นแบ่งการปกครองออกเป็นหลายเมืองและหนึ่งในนั้นก็คือเมืองล้านช้างนั่นเองโดยพระมหากษัตริย์องค์นี้ ส่งชื่อว่าฟ้างุ้มพระองค์นั้นเป็นผู้ที่มีความเก่งกาจสามารถส่งมักจะออกรบทำศึกสงครามอยู่เป็นประจำ

และพระองค์นั้นก็จะรบชนะอยู่อย่างต่อเนื่องสำหรับ กษัตริย์ฟ้างุ้มนั้นพระองค์ไม่ได้เก่งด้านการลบอย่างเดียวเท่านั้นแต่พระองค์ยังเป็นบุรุษที่หลงใหลในเรื่องของกามารมณ์เป็นอย่างมากดังนั้นเมื่อว่างจากศึกสงครามพระองค์จึงชอบยุ่งเกี่ยวกับหญิงสาวมากหน้าหลายตา

ซึ่งถ้าหากพระองค์ถูกใจใครเราก็จะส่งให้ทหารไปจับตัวมาโดยที่พระองค์จะไม่สนว่าหญิงสาวคนนั้นแต่งงานมีสามีแล้วหรือไม่ทำให้เหล่าข้าราชบริพารทั้งหลายต่างก็ไม่พอใจเนื่องจากว่าหากภรรยาของข้าราชบริพารคนไหนหน้าตาถูกใจพระองค์พระองค์ก็จะกลับมาทำเมียนั่นเอง

โดยที่ไม่สนใจว่าข้าราชบริพารเหล่านั้นจะพอใจหรือไม่ก็ตามสำหรับเรื่องเล่าเกี่ยวกับความยุ่งในเรื่องของการบรมของพระองค์นั้นว่ากันว่าพระบางซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีความเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์มากองค์หนึ่งในประเทศลาวถูกพระองค์ที่เป็นกษัตริย์แห่งล้านช้างไปทำการอัญเชิญมาจากเมืองเวียงคำหวัง

จะให้มาประดิษฐ์ฐานอยู่ที่เมืองล้านช้างเพื่อเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของล้านช้าง แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระบางซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้คงไม่ต้องการที่จะมาอยู่ปกครองเมืองที่มีกษัตริย์อย่างพระเจ้าฟ้างุ้มทำให้เกิดเหตุการณ์น่าอัศจรรย์ใจขึ้นเมื่อพระบาง

ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ปกติแล้วจะมีคนสามารถเคลื่อนย้ายได้กลับมีน้ำหนักหนักมากจนไม่สามารถที่จะเคลื่อนย้ายไปที่ไหนได้เลยจนในที่สุดกษัตริย์ฟ้างุ้ม ก็ส่งเปลี่ยนใจไม่ย้ายพระบางมาไว้ที่ล้านช้างเนื่องจากว่าไม่สามารถยกพระพุทธรูปองค์นี้ได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามว่ากันว่าเมื่อพระองค์ครองราชย์มาได้ 48 ชันษาพระองค์ก็ถูกข้าราชบริพารและชาวเมืองตากพากันขับไล่พระองค์ออกจากเมือง

เนื่องจากว่าทนพฤติกรรมของพระองค์ที่ทรงไปยุ่งเกี่ยวกับลูกเมียของคนอื่นไม่ได้จนพระองค์ต้องหนีไปที่น่านและสุดท้ายพระองค์ก็ไปเสียชีวิตที่นั่นเองหลังจากที่พระองค์นั้นได้ถูกขับออกเมืองร้านช้างแล้วพระโอรสของพระองค์ซึ่งชื่อว่าพระเจ้าสามเสนไทไตรภูวนารถก็ขึ้นครองราชย์แทน สำหรับพระเจ้าฟ้างุ้มนั้น พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ประชาชน

ต่างก็พากันโกรธแค้น ทำให้ตั้งแต่พระองค์ถูกขับไล่ออกจากเมืองล้านช้าง ก็ไม่สามารถที่จะกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองล้านช้างได้อีกเลย พระองค์ต้องเสียชีวิตอยู่ที่เมืองน่านเพียงคนเดียวลำพัง 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ขั้นต่ำ10บาท


ตำนานเทพเจ้า โพรมีทีอุส

ตุลาคม 28, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนานเทพเจ้า โพรมีทีอุส


 

     สำหรับเรื่องราวของเทพเจ้าโพรมีทีอุส นั้นว่ากันว่าพระองค์เป็นเทพเจ้าที่คอยช่วยเหลือเรามนุษย์และพระองค์เป็นเทพเจ้าที่ได้นำไฟมาให้มนุษย์ได้รู้จักและนำมาใช้งานได้จนถึงทุกวันนี้โดยตำนานเกี่ยวกับเทพเจ้าโพรมีทีอุสนั้นระบุว่าพระองค์นั้นเป็นบุตรชายของไทรทันไอแอพิทัส และมีมารดาชื่อว่านางคลีเมน ว่ากันว่าเทพเจ้าโพรมีทีอุสนั้นเป็นเทพที่มีความเฉลียวฉลาดมีความเมตตา ซึ่งได้มีการเล่าขานเกี่ยวกับตำนานการสร้างโลกสร้างมนุษย์ของเทพเจ้าขึ้นมาว่าเทพเจ้าโพรมีทีอุส นั้นได้สร้างมนุษย์ขึ้นมาด้วยการนำดินเหนียวมาปั้นเป็นมนุษย์แต่เทพเจ้าองค์อื่นๆนั้น

ได้มีการสร้างโลกนี้ขึ้นมาทั้งนี้เทพเจ้าโพรมีทีอุส จะเข้าใจถึงจิตใจของมนุษย์ได้มากที่สุดพระองค์เป็นห่วงมนุษย์ดังนั้นพระองค์จึงได้มีการไปขโมยไฟจากเทพเจ้าซุสที่เทือกเขาโอลิมปัสมาให้มนุษย์ใช้งานโดยหวังว่าไฟที่พระองค์ได้ขโมยมานั้นจะมีประโยชน์กับมนุษย์ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากที่มนุษย์ได้รับไฟล์จากเทพเจ้าโพรมีทีอุส มาแล้วนั้นมนุษย์ก็รู้จักการทำอาหารกินเองการรู้จักใช้ไฟในการล่าสัตว์และพัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้ดังนั้นเทพเจ้าโพรมีทีอุส จึงเป็นเทพเจ้าที่มนุษย์ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากแต่อย่างไรก็ตามจากการที่พระองค์นั้นได้ไปขโมยไฟของเทพเจ้าซุสมาส่งผลให้เทพเจ้าซุสนั้นโกรธเทพเจ้าโพรมีทีอุส

เป็นอย่างมากจึงได้มีการสั่งให้ทหารนั้นไปจับเทพเจ้าโพรมีทีอุสมาขังเอาไว้ที่เลือกเขาแห่งหนึ่งซึ่งจะอยู่ห่างไกลจากผู้คนมากนักโดยให้มีการนำโซ่มาล่ามเอาไว้ไม่ให้เทพเจ้าโพรมีทีอุส สามารถไปไหนได้อีกทั้งยังมีการสั่งให้อีกามาทำการจิกตามร่างกายของเทพเจ้าโพรมีทีอุส รวมถึงการจิกกินตับจนทำให้เทพเจ้าโพรมีทีอุส ถึงแก่ความตายแต่อย่างไรก็ตามการตายครั้งเดียวนั้นไม่เพียงพอต่อความสะใจของเทพเจ้าซุสพระองค์นั้นจึงได้สั่งให้อีกานั้นมาจีบและกินตับของเทพเจ้าโพรมีทีอุส

ทุกวันโดยเมื่ออีกากินตับของเทพเจ้าโพรมีทีอุส จนตายแล้วเทพเจ้าซุสก็จะมาทำการชุบชีวิต  ให้เทพเจ้าโพรมีทีอุส ฟื้นคืนชีพใหม่อีกครั้งหนึ่งหลังจากนั้นก็จะมีหน้าที่มาติคและกินตับอีกรอบและเมื่อตายก็จะถูกชุบชีวิตใหม่อีกครั้งเป็นอย่างนี้เรื่อยๆทุกวันทำให้เทพเจ้าโพรมีทีอุส ได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัสซึ่งตามตำนานบอกว่าในที่สุดความทรมานนั้นก็สิ้นสุดลงเมื่อ เฮอร์คิวริสได้เดินทางผ่านมายังหุบเขาแห่งนั้นและได้เห็นการกระทำของอีกาเฮอร์คิวริส จึงได้ช่วยเหลือเทพเจ้าโพรมีทีอุส ด้วยการใช้ธนูยิงฎีกาตัวนั้นจนถึงแก่ความตายนั้นเอง   

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย


ประวัติหลวงปู่ทวดตอนเกิด

ตุลาคม 20, 2020

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติหลวงปู่ทวดตอนเกิด


              หากพูดถึงหลวงปู่ทวดเชื่อว่าเซียนพระยังรู้จักกันเป็นอย่างดีหรือแม้แต่คนที่ไม่ใช่เซียนพระก็ต้องเคยได้ยินชื่อของหลวงปู่ทวดกันมาบ้างอย่างแน่นอนเนื่องจากว่าหลวงปู่ทวดนั้นมีอายุยาวนานมาแล้วหลายร้อยปีอีกทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังเกี่ยวกับเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์หากได้ยินชื่อของหลวงปู่ทวดทุกคนต้องได้ยินกิตติศัพท์ว่าหลวงปู่ทวดนั้นสามารถเหยียบน้ำทะเลให้จีบได้วันนี้เราจะมาพูดถึงประวัติของหลวงปู่ทวดช่วงที่หลวงปู่ทวดเกิดมาอย่างนั้นว่ามีเรื่องอันน่าอัศจรรย์ใจอะไรบ้าง

          สำหรับหลวงปู่ทวดนั้นเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจนพ่อแม่มีอาชีพทำนาเพียงเท่านั้นส่วนนาที่ทำนั้นก็ไม่ได้เป็นนาของตนเองแต่ไปเช่าที่นาของผู้ใหญ่บ้านหรือว่ากำนันแทนซึ่งในช่วงที่หลวงปู่ทวดเกิดมานั้นพ่อแม่ได้พาหลวงปู่ทวดไปเรียนที่นาด้วยโดยมีการผูกเปลเอาไว้กับต้นไม้หลังจากนั้นเมื่อหลวงปู่ทวดหลับพ่อกับแม่ก็จะออกไปทำนาและหากถึงเวลาก็จะมาให้นมหลวงปู่ทวดซึ่งพ่อแม่ก็ทำเป็นประจำอย่างนี้ทุกวันอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่หลวงปู่ทวดนั้นกำลังนอนหลับอยู่

ในเปลแม่ได้เดินกลับมาเพื่อที่จะเอานมให้หลวงปู่ทวดกินก็ปรากฏว่าไปเจองูตัวใหญ่มากกำลังพันเลยไปของหลวงปู่ทวดและตัวของมันนั้นก็เลื้อยมาอยู่บนหน้าอกของหลวงปู่ทวดพ่อกับแม่ตกใจเป็นอย่างมากจึงได้มีการตั้งจิตอธิษฐานขอให้งูนั้นไม่ทำอันตรายหลวงปู่ทวดซึ่งเมื่องูเห็นว่าพ่อแม่มีการตั้งจิตอธิษฐานก็มีการรื้อออกไปจากตัวของหลวงปู่ทวดเมื่อแม่มาดูที่ร่างกายของหลวงปู่ทวดก็ไม่พบร่องรอยการถูกงูกัดหรืออันตราย

แต่อย่างใดอีกทั้งตรงบริเวณใต้ตัวของหลวงปู่ทวดนั้นกลับพบว่ามีลูกแก้วลูกหนึ่งอยู่ด้วยซึ่งพ่อกับแม่เชื่อกันว่าลูกแก้วดังกล่าวนั้นเป็นงูซึ่งน่าจะเป็นงูของเทพนำมาให้กับหลวงปู่ทวดเพื่อเป็นการให้พร นั้นเป็นต้นมาครอบครัวของหลวงปู่ทวดก็มีฐานะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดซึ่งเรื่องราวนี้รู้ไปถึงหูผู้ใหญ่บ้านที่เป็นเจ้าของที่อยากได้ลูกแก้วลูกนั้นจึงมาขอจากครอบครัวของหลวงปู่ทวด

และพ่อของหลวงปู่ทวดไม่ให้กำนันคนดังกล่าวจึงได้หาทางกลั่นแกล้งแต่เมื่อได้ลูกแก้วไปแล้วขับทำให้กำนันดังกล่าวนั้นประสบกับความล้มเหลวในชีวิตครอบครัวมีอันต้องได้รับความเดือดร้อนจนในที่สุดก็ต้องนำลูกแก้วดังกล่าวกลับมาคืนหลวงปู่ทวดนั่นเอง จนเมื่อหลวงปู่ทวดเติบโตขึ้นพ่อของหลวงปู่ทวดก็ได้มอบดวงแก้วนี้ให้กับหลวงปู่ทวดและเมื่อหลวงปู่ทวดอายุได้ประมาณ 15 ปีพ่อของหลวงปู่ทวดก็นำหลวงปู่ทวดไปบวชเป็นสามเณรและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชีวิตของหลวงปู่ทวดก็อยู่ในร่มกาเสาวพักต์นับตั้งแต่นั้นมานั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ทดลองเล่นบาคาร่า


วิหารกระดูกแห่งเมือง อีโวรา 

ตุลาคม 13, 2020

ตำนาน

ปิดความเห็น บน วิหารกระดูกแห่งเมือง อีโวรา 


             ที่ประเทศโปรตุเกสมีวิหารแห่งหนึ่งซึ่งเป็นวิหารเก่าแก่มายาวนานวิหารแห่งนี้ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 15 และหากใครไปที่วิหารแห่งนี้บางคนมักจะบอกว่าที่นี่นั้นคือวิหารที่แสดงออกถึงความน่ากลัวแต่บางคนนั้นก็คิดว่าวิหารนี้มีความแปลกประหลาดเป็นอย่างมากสำหรับวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยพระรูปหนึ่งซึ่งนับถือนิกายฟานซิสกันสำหรับความน่าสะพรึงกลัวของวิหารแห่งนี้ก็เพราะว่าในตำนานของการสร้างวิหารแห่งนี้ระบุเอาไว้ว่าผู้ที่ก่อสร้างวิหารแห่งนี้ได้นำโครงกระดูกของมนุษย์

ซึ่งมีมากกว่า 5 พันคนด้วยกันนำมาสร้างเป็นวิหารแห่งนี้ขึ้นมาและเท่านั้นยังไม่พอความน่ากลัวไม่ใช่เพียงแค่โครงกระดูกที่มีกว่า 5000 คนถูกนำมาสร้างเป็นวิหารเท่านั้นแต่ภายในวิหารซึ่งจะอยู่ทางด้านผนังจะมีซากศพจำนวน 2 คนถูกแขวนห้อยเอาไว้ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อใครได้มาเห็นซากศพทั้งสองร่างนี้ต่างก็พากันหวาดกลัวด้วยกันทั้งนั้นแต่อย่างไรก็ตามซากศพทั้งสองร่างนี้ก็เปรียบได้ว่าเป็นจุดที่ทำให้นักบวชที่มานั่งทำสมาธิในวิหารแห่งนี้

ได้เกิดการปลงต่อสร้างสังขารของมนุษย์ได้อย่างไรก็ตามมีตำนานพูดถึงเรื่องของ ซากศพของทั้งสองร่างนี้ ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรถึงทำให้ร่างของทั้งสองคนนั้นจำเป็นต้องมาถูกห้อยอยู่ในผนังของวิหารแทนที่จะอยู่ในหลุมฝังศพเหมือนกับคนอื่นทั่วไป สำหรับตำนานวิหารกระดูกของเมืองอีโวรา นี้มีการเล่ากันว่า มีหญิงสาวคนหนึ่งเธอมีสามีและลูกชายโดยหญิงสาวผู้นี้เป็นหญิงสาวที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกและเธอค่อนข้างที่จะเคร่งในศาสนาของเธอเป็นอย่างมาก

อยู่มาวันหนึ่งเธอได้เกิดมีปากเสียงกับสามีของเธออย่างรุนแรงโดยสามีของเธอนั้นเป็นคนที่มีอารมณ์โมโหร้ายนอกจากจะมีเรื่องทะเลาะกันสามีแล้วลูกชายของเธอยังเข้าข้างพ่อของเขาคนทั้งคู่ได้ทำการทารุณกรรมเธอด้วยการทุบตีเธอจนในที่สุดเธอก็เสียชีวิตแต่ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตนั้นเธอได้ทำการสาปแช่งคนทั้งคู่เอาไว้โดยคำสาปแช่งของเธอนั้นระบุเอาไว้ว่าเมื่อคนทั้งคู่ตายเมื่อไหร่

พวกเขาจะไม่มีที่ฝังดิน มีพื้นดินกลบหน้าของพวกเขาได้และคำสาปแช่งนั้นก็เกิดขึ้นเมื่อพ่อลูกคู่นี้ได้เสียชีวิตลงชาวบ้านได้ช่วยกันนำศพของพวกเขาไปทำการฝังศพตามพิธีกรรมทางศาสนาแต่ปรากฏว่าไงว่าชาวบ้านจะพากันช่วยขุดดินตรงบริเวณไหนก็แล้วแต่พวกเขาก็มักจะขุดไปเจอแต่ก้อนหินอยู่ภายใต้ดินไม่สามารถที่จะนำศพลงไปฝังได้จนในที่สุดชาวบ้านจึงได้มีการนำศพของพ่อลูกคู่นี้ไปแขวนไว้ตรงเรือนผนังโบสถ์แทน

โดยระบุว่าเพื่อที่จะได้ให้นักบวชนั้นได้รู้สึกปลงกับสังขารที่ไม่เที่ยงของมนุษย์แต่ถ้าที่จริงแล้วเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถหาที่ฝังศพให้กับพ่อลูกคู่นี้เท่านั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  gclub ฟรีสปิน


วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ตุลาคม 6, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ


      สำหรับวันวิทยาศาสตร์นั้นโดยปกติแล้วจะตรงกับวันที่ 18 เดือนสิงหาคมของทุกปีโดยปกติแล้ววันวิทยาศาสตร์นั้นไม่ค่อยจะมีบทบาทอะไรกับประชาชนทั่วไปมากนักแต่จะมีบทบาทกับนักวิทยาศาสตร์และนักเรียนนักศึกษาซึ่งในวันวิทยาศาสตร์นั้นทุกคนก็จะต้องมีการจัดกิจกรรมภายในโรงเรียนโดยนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์มาแสดงให้กับนักเรียนนักศึกษาในโรงเรียนได้ชมกันอย่างไรก็ตามสำหรับการกำหนดวันวิทยาศาสตร์ครั้งแรกว่าตรงกับวันที่ 18 สิงหาคมนั้น

สืบเนื่องมาจากตั้งแต่ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในขนาดนั้นยังไม่มีวันวิทยาศาสตร์แต่อย่างใดแต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยมีการทำนายพยากรณ์เกี่ยวกับเรื่องของวันสุริยุปราคาเต็มดวงซึ่งพระองค์ทำนายล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์จริงไว้ 2 ปีโดยพระองค์ทำนายว่าวันที่ 18 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ๒๔๑๑

จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงขึ้นและแน่นอนว่าสถานที่ที่จะเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้ก็คือบริเวณเกาะการที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์รวมถึงที่ปราณบุรี และจังหวัดชุมพรก็จะสามารถมองเห็นจันทรุปราคาเต็มดวงนี้ด้วยดังนั้นเมื่อถึงวันที่ 18 สิงหาคมตรงกับที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการทำนายเอาไว้ประชาชนจึงได้เดินทางไปตามจุดที่พระองค์เคยทำนายเอาไว้ นั่นก็คือ ที่เกาะจาน รวมถึงพระองค์เอง

ก็ได้เดินทางไปยังเกาะจานด้วยเช่นเดียวกัน เพราะพระองค์อยากเห็นด้วยตาของพระองค์เองซึ่งในขณะนั้นมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์เป็นผู้ดำเนินการเป็นตัวแทนไปทำการสร้างค่ายและที่ประทับไว้รอให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประทับดูสุริยุปราคาอีกครั้งในวันดังกล่าวนั้นยังมีนักดาราศาสตร์จากประเทศฝรั่งเศสและยังมีเจ้าเมืองของประเทศสิงคโปร์ร่วมไปดูพร้อมกัน

กับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย ซึ่งแน่นอนว่าในวันดังกล่าวนั้นเกิดสุริยุปราคาขึ้นจริงๆตามที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงทำนายและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ทำให้ทางสมาคมวิทยาศาสตร์ได้มีการกำหนดวันที่ 18 เดือนสิงหาคมเป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ และได้มีการกำหนดให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา   

          และจากเหตุการณ์ที่ไปดูสุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนั้นที่หมู่บ้านอำเภอบ้านหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็ได้มีการจัดตั้งสถานที่แห่งนั้นเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์ ซึ่งที่นั่นได้มีการทำพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเอาไว้ด้วย หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ทรงโปรดให้มีการทำกิจกรรมต่างๆมากมายเกี่ยวกับเรื่องของพวกรวมดาว

อีกทั้งยังได้ทรงให้สร้างหอดูดาวเอาไว้ที่จังหวัดเพชรบุรีอยู่บนเขาวังซึ่งการก่อสร้างในครั้งนั้นมีการก่อสร้างเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมปีพศ 2403 และนับตั้งแต่พระองค์ทรงสนใจศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องของดาราศาสตร์พระองค์ก็สามารถเห็นดาวหางได้ถึง 3 ดวงเล็กอันนั้นได้แก่ดาวหาง ฟลูเกอร์กูส  ดาวหางโดนาติ ดาวหางเทพบุท

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สูตร เซ็กซี่ บาคาร่า ฟรี 2020


ยุคหินและการเปลี่ยนแปลงทางงานศิลปะ 

กันยายน 22, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน ยุคหินและการเปลี่ยนแปลงทางงานศิลปะ 


ยุคหินเป็นยุคที่ผู้คนให้ความสนใจในการศึกษาไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตของผู้คนหรือแม้แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะในการทำงาน ว่าจะเป็นการแสดงถึงอารยธรรมต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาต่างๆเพราะยุคหินมีการแบ่งยุคต่างๆมากมายถึง 3 การเปลี่ยนแปลงของลักษณะการอยู่อาศัยของผู้คนหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการส่งต่อเรื่องราวความเชื่อต่างๆศาสนาหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการสร้างเพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆ งานศิลปะถูกสร้างขึ้นมามากมายไม่ว่าจะเป็นการสร้างหุ่นรูปปั้น

หรือแม้แต่เป็นการเจาะหินต่างๆให้เป็นรูปร่าง อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆในการพัฒนางานต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอผู้คนมักจะมีการปั้น สร้างลวดลายต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการใช้การสร้างประติมากรรมในถ้ำผู้คนก็มีการพัฒนาอยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงของงานต่างๆมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงของยุคหินเก่ามนุษย์ยังไม่มีการสร้างรูปปั้นประติมากรรมที่มีความโดดเด่นค่อนข้างเยอะ

ส่วนใหญ่ก็จะถูกต้อง เป็นรูปสัตว์ต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นงานเขียนต่างๆซึ่งแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ยุคหินก็เริ่มมีการพัฒนางานในการใช้หรือระบายสีบนฝ่าถ้ำมีเพียงเท่านั้นแล้วด้วยการใช้ สีจากเลือด หรือสีจากดิน และสีจากธรรมชาติอีกมากมาย อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ต่างๆมีการพัฒนาอยู่ข้างเยอะผนังถ้ำก็คือสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงระยะทางในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการใช้ชีวิตของผู้คนไม่ว่าจะเป็นการเซาะร่องให้เป็นสัตว์ที่อยู่ในระหว่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปวัว รูปสัตว์ต่างๆที่เล่ามาเป็นอาหาร การแบ่งยุคสมัยมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

ผู้คนแต่ละยุคสมัยมีความต้องการในการพัฒนางานอยู่เสมอ เขายกต่อมาเป็นยุคหินกลาง สืบค้นได้ว่าศิลปะในช่วงนี้มีการบันทึกเรื่องราวได้ว่าผู้คนเริ่มมีการทำการเกษตรหรือแม้แต่จะเป็นการพึ่งพาตัวเอง มีลักษณะในการเลี้ยงสัตว์หรือว่าทำงานต่างๆที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นเครื่องไม้เครื่องมือในการใช้งานต่างๆ 

ยกสุดท้ายเป็นยุคหิน เป็นยุคสุดท้ายที่มนุษย์ยุคหิน เริ่มมีการออกล่าสัตว์เป็นกลุ่มหรือแม้แต่จะเป็นการอยู่โดยสังคมอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่บ่งบอกได้ว่าแต่ละยุคสมัยมีการพัฒนางานศิลปะอยู่ตลอดเวลาผู้คนต่างๆให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการทำงาน

หรือสังคมต่างๆการเปลี่ยนแปลงต่างๆเหล่านี้เองศิลปะคือสิ่งที่ช่วยจดบันทึกเรื่องราวต่างๆในอดีตไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ผู้คนจะหยุดแต่สมัยก็มีการถนัดการอยู่อาศัยหรือการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติเข้ามาทำงานศิลปะก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่แต่ละยุคสมัยมีการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาความเชื่อ การส่งต่อเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นการบูชาเทวรูปต่างๆที่ได้ประดิษฐ์ขึ้นมา นี่เองจะเป็นส่วนสำคัญที่การพัฒนายุคสมัยต่างๆมีส่วนช่วยให้ผู้คนมีการพัฒนาความรู้หรือแม้แต่จะเป็นการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีมากยิ่งขึ้น 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ


ประวัติรองเท้าสุดฮิต Adidas

กันยายน 15, 2020

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ประวัติรองเท้าสุดฮิต Adidas


  คงกล่าวได้ว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักแบรนด์ดังอย่าง adidas  ซึ่งสำหรับ adidas  แล้วทุกคนจะรู้จักในนามของแบรนด์อุปกรณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการกีฬา ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ กางเกง กระเป๋า ลูกฟุตบอล หรือแม้แต่รองเท้า สำหรับแบรนด์ adidas  นี้เป็นแบรนด์สัญชาติเยอรมนี และคนที่ก่อนตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาก็คือ สองพี่น้องตระกูล Dassler นั้นก็คือ Adolf และ  Adi Dassler  ซึ่งการทำรองเท้าครั้งแรกของพวกเขาเกิดขึ้นหลังจากที่ Adi Dassler เดินทางกลับมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1

โดยเขาทั้งสองทำรองเท้าครั้งแรกในปี ค.ศ. 1920 ซึ่งรองเท้าคู่แรกของพวกเขานั้นช่วยกันทำที่บ้านตรงที่พวกเขาซักผ้านั่นเอง  ซึ่งสองพี่น้องช่วยกันผลิตรองเท้าสำหรับนักกีฬาและมีการตั้งแบรนด์รองเท้าของพวกเขาว่า Dassler และเริ่มเปิดตัวขายรองเท้าครั้งแรกในปี ค.ศ. 1924 สำหรับรองเท้าของบริษัท Dassler เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างเนื่องจากมีนักกีฬานักวิ่งคนหนึ่งใส่รองเท้าของพวกเขาวิ่งแข่งขันโอลิมปิกและสามารถคว้าชัยชนะได้เหรียญทองมาถึง 4 เหรียญ

ซึ่งทำให้ในปีนั้นรองเท้าDassler จึงมียอดขายที่สูงมาก ซึ่งหลังจากที่สินค้าขายดีไม่นานก็เกิดสงครามโลกครั้งที่สองขึ้นและมีเหตุให้คนเป็นพี่ ถูกเรียกตัวกลับไปประจำการรบ และกิจการของพวกเขาก็เริ่มมีทหารเข้ามาเพื่อแทรกแซง โดยมีการสั่งให้บริษัทผลิตรองเท้าสำหรับให้ทหารใส่โดยเฉพาะ ซึ้งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้พี่น้องคู่นี้จึงมีการแยกตัวออกมาจากกันและมีการตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง

โดยรูดิ ได้ออกมาสร้างแบรนด์รองเท้าใหม่โดยใช้ชื่อว่า Ruma และตอนหลังก็เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น Puma  ส่วนแอดดิ จากที่ใช้แบรนด์ Dasslerก็เปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนกันมาเป็น Adidas  ซึ่งการแยกตัวออกมาทำแบรนด์เป็นของตัวเองของทั้งคู่นั้นเกิดจากความบาดหมางกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ดังนั้นเมื่อมีการทำแบรนด์เป็นของตัวเอง ทั้งสองคนจึงแข่งขันกันขายสินค้าเรื่อยมาเป็นระยะเวลาถึง 60 ปี จนเมื่อปี ค.ศ. 2009

ทั้งสองคนก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้และร่วมมือกันผลิตสินค้าในการแข่งขันกีฬาขององค์กร One Day Peace  สำหรับรองเท้า adidas ในช่วงแรกที่ผลิตออกมาจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร นั่นก็คือพื้นใต้รองเท้าจะมีปุ่มยื่นออกมาคล้ายกับตะปูซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของรองเท้ายี่ห้อนี้เลยก็ว่าได้ และหลังจากที่รองเท้า adidas มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมากแล้ว

บริษัทจึงได้เริ่มที่จะผลิตสินค้าอื่นๆออกมาขาย แต่ก็ยังมุ่งเน้นที่จะผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา จนถึงปัจจุบันแบรนด์ adidas จึงเป็นแบรนด์ดังระดับโลกที่มีคนใช้สินค้าของเขามากที่สุด 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame