ผู้เขียน: adminone


การไม่พัฒนาตัวเองในการหามุมใหม่ๆ

พฤษภาคม 20, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน การไม่พัฒนาตัวเองในการหามุมใหม่ๆ


การไม่พัฒนาตัวเองในการหามุมใหม่ๆ หนึ่งในข้อผิดพลาดของช่างภาพมือใหม่

สิ่งนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกคนจริงๆ เอาจริงๆนะสำหรับช่างภาพมืออาชีพยังต้องระวังเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แต่ที่แน่ๆคือ มือใหม่จะเป็นกันทุกคน แม้แต่ผมเองก็เถอะ นั้นคือเรื่องการ เพลเซฟ นั้นเอง เพราะการที่เรานั้นเริ่มถ่ายภาพไปได้สักระยะ จะเริ่มได้รูปที่เรานั้นหรือแฟนเรานั้นหรือแม้แต่นางแบบเอง ถูกใจ สังเกตุได้จากการที่เราโพสลงโซเชียลต่างๆ แล้วจำนวนคนไลค์คนแชร์และคนคอมเม้น

มากน้อยขนาดไหน รูปไหนปังรูปไหนโดนคนก็จะแห่กันมาคอมเม้น กดไลค์กดแชร์กันกระหน่ำแน่นอน ซึ่งสิ่งนี้ เป็นดั่งหลุมพรางให้เราคิดว่านี่คือมุมดี หรือมุมถนัดของเรา นั้นล่ะเราตกหลุมแล้ว เพราะว่าต่อจากนี้ไป เราจะพยายามถ่ายภาพแนวนี้อยู่ตลอด มุมเดิมๆ ฉาก โทน สี การปรับค่าเดิมๆ ที่เราเคยได้รับคำชม จนภาพเราจะเริ่มเหมือนๆเดิม

จริงๆอยู่แหละ ที่การถ่ายภาพก็เหมือนการทำอาหาร ที่เราเจอสูตรที่ชอบแล้ว มันก็เหมือนอาหารซิกเนเจอร์ของเรา ที่เรามักจะงัดมาใช้ตอนที่เราอยากจะเพลเซฟ มันก็ไม่ได้ผิดหรอกนะ แต่ว่าเราควรจะหาเวลาพัฒนาอยู่ตลอดด้วย ไม่ใช่แค่ว่าต้องมุมเดิมทุกครั้ง ดังนั้นแล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ก็คือการที่ทุกครั้งที่ถ่ายภาพ เราตั้งพยายามคิดหามุมใหม่ๆอยู่บ่อยๆ อย่ายึดติดที่จะถ่ายมุมเดิมตลอด ถ้าจะเพลเซฟให้มีการพัฒนาก็ถ่ายภาพมุมถนัดมุมท่าไม้ตายเราได้

แต่ก็ต้องค้นหามุมใหม่ๆในงานเดียวกัน นี่ก็เข้าสู่การใช้เวลาที่มากขึ้นหน่อย ถ้าเราทำแบบนี้ได้นานวันเข้า แน่นอนเลยว่า เทคนิคท่าไม้ตายเราจะมีเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนที่มีโปรไฟล์ระดับเทพแน่นอน เห็นไหมว่าการเพลเซฟนั้นก็มีความหมายกลายๆว่า ไม่พัฒนานั้นแหละ สำหรับช่างภาพมืออาชีพหลายๆคน เขาก็จะมีทั้งงานจริงๆจังที่ต้องการผลงานระดับสูง ก็อาจจะเอาเทคนิคต่างๆที่เราถนัดมาใช้

แต่ก็ต้องแอบเอาเทคนิคใหม่ๆที่เราคิดจะใช้มาด้วย แต่ถ้าจะให้ลองของใหม่สดๆเลย ก็น้อยรายนักที่จะทำ และก็จะมีทริปถ่ายรูปเล่น ซึ่งการจัดทริปแบบนี้แหละ ที่เป็นการหาเทคนิคและมุมรวมถึงการปรับค่าใหม่ๆมาใช้ คิดสด ด้นสดได้เลย เรียกว่าเป็นทริปที่จัดมาเพื่อหาเทคนิคใหม่เลยๆล่ะ ต่างกับงาน ที่จะเป็นพื้นที่ปล่อยของซะมากกว่าการมาด้นสด

เรื่องนี้ยากนะ เป็นกันเยอะมากๆ ถ้าช่างภาพมืออาชีพคนไหนที่ยังติดเพลเซฟมากๆเข้า งานก็จะมีคนจ้างน้อยลงแน่นอน ยกเว้นแต่งานเฉพาะทางนะ

 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่า sa gaming


มอไซค์ที่คนไทยนั้นไม่นิยมใช้กันและเป็นรถที่ถูกลืมในอดีต

พฤษภาคม 12, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน มอไซค์ที่คนไทยนั้นไม่นิยมใช้กันและเป็นรถที่ถูกลืมในอดีต


สำหรับรถรุ่นนี้เป็นแบรนด์ของไทเกอร์125เป็นแบรนด์ไทยแรกๆที่นำเอารถมอเตอร์ไซค์มาขาย ถ้าแบรนด์นี้ยังอยู่คาดว่าก็อาจจะเจริญเติบโตมากกว่าGPXไปแล้วก็ได้ถ้าไม่พาดท่าขายไทเกอร์125ให้กับตำรวจก็จริงแล้วสำหรับเจ้าไทเกอร์นั้นจัดเป็นรถที่ออกแบบออกมาได้แปลกกว่าทุกรุ่นแต่หนักๆเลยรุ่นนี้กับเจ้าไทเกอร์โจ๊กเกอร์นั้นเองเอาตรงๆเลยนะรถรุ่นนี้ที่ออกแบบมาไม่สวยสักนิดเลยกับไฟหน้าของมันนั้น

 

ที่ดูเหมือนว่าสิ้นคิดเอามากๆและในปัจจุบันนั้นเจ้ารถไทเกอร์นั้นถือว่าเป็นรถที่ถูกลืมเอาอย่างมากถึงแม้ว่ารถรุ่นไทเกอร์โจ๊กกนั้นจะมีอยู่มากแต่ก็ไม่มีใครคนไหนพูดถึงเรื่องรถรุ่นนี้อีกเลยเพราะเป็นรถที่สิ้นคิดเอาอย่างมากทำให้ถูกลืมไปในที่สุด

 

รุ่นนี้เรามาอยู่กับรถรุ่นยามาฮ่า ค่ายนี้ถือว่ามีรถตัวแรงหลายรุ่นและก็มีรุ่นดังๆหลายรุ่นไม่ต้องให้บอกนะว่ามีรุ่นอะไรที่ดังๆบ้างแต่สำหรับรถรุ่นนี้เป็นรุ่นดังรุ่นหนึ่งเลยทีเดียวแต่ว่าคนในซีรี่นี้ได้ลืมกันไปหมดแล้วกับเจ้า ยามาฮ่าสปาร์ค ตัวนี้ขอพูดเป็นรุ่นเลยแล้วกันนะ เจารุ่นที่ถูกลืมนั้นเป็นรุ่นสปาร์คนาโนเป็นตัวที่ออกมาพร้อมกับเวฟ110iเป็นที่2พูดง่ายๆเจ้าตัวนี้ถูกออกแบบมาได้ไกล้เครียงกับเวฟ110iมากๆแต่ก็ยังติดอะไรอยู่หลายๆอย่างซึ่งก็เลยทำให้ยอดการขายของมันนั้นไปไม่สุดทั้งที่ดึงพรีเซนเตอร์ดังๆมามากมายซึ่งก็ยังไม่ทำให้ยอดขายนั้นดีขึ้นเลยปัจจุบันนี้เราจะเรียกมันว่าเป็นรถนอกกระแสก็ได้นะและก็แฟนยามาฮ่าเองก็ยังไม่อยกจะพูดถึงมันสักเท่าไร

 

ตอนนี้ก็ยังอยู่กับรุ่น ยามาฮ่าเทียร่า120cc ถือว่าเป็นรถอีกรุ่นหนึ่งที่ออกมาพร้อมกับตกูลเทียหน้าแต่ว่าราคานั้นมันอาจจะสูงกว่าเทียร่านิดหน่อยราคาจะอยู่ที่44000บาทก็ถือว่าในเวลานั้นราคาจะถูกกว่า JRS สะอีกแต่ก็กลับทำยอดขายได้ไม่ดีสักเท่าไรแถมชื่อของมันนั้นยังไปคล้ายๆกับฮอนด้าเทียน่าสะอีกคือเจ้าตัวนี้ชื่ออาจะคล้ายกันทั้งสองรุ่นแต่อย่างไรก็ตามเจ้ารถรุ่นนี้ก็ยังมีหน้าตาสวยมากในตอนนั้นแต่ทว่ายอดขายของมันนั้นสู้กับทางยอดขายของฮอนด้าไม่ได้แต่ด้วยหลายๆอย่างที่เป็นปัตจัยก้เลยทำให้มันนั้นขายได้ไม่ค่อยดีและในปัจจุบันคนก็ไม่นิยมนำเอารถรุ่นนี้เอามาแต่งอีกด้วย

 

 

ขอบคุณ  บาคาร่าออนไลน์ มือถือ  ที่ให้การสนับสนุน


ปัญหาภาพถ่าย Portrait ให้ภาพชัดอย่างที่ควรเป็น

พฤษภาคม 7, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน ปัญหาภาพถ่าย Portrait ให้ภาพชัดอย่างที่ควรเป็น


การถ่ายภาพนั้น มีเรื่องหลายๆเรื่องที่จะเป็นตัวกำหนดให้ภาพนั้นออกมาเป็นอย่างไร แต่ในงานถ่าย Portrait ที่ออกไปทางงานแฟชั่น หรืองานลงนิตยสารต่างๆนั้น ล้วนต้องการภาพที่คมชัดในจุดที่ต้องการในทุกคนสนใจ ซึ่งเรื่องนี้เลยเป็นปัญหาระดับชาติของเหล่าช่างภาพสายนี้อย่างมาก แม้แต่ตัวผมเอง ก็ไม่ได้รับงานช่างภาพจริงจังอะไร เพียงแค่ถ่ายแฟน

ผมยังมีปัญหานี้อยู่บ่อยๆ และต้องขอบอกเลยว่า ถึงจะไม่อยากจะคิดว่าเงินทองสำคัญ มันก็มีส่วนด้วยกับเรื่องนี้ เพราะว่า ไม่ว่าจะกล้องหรือเลนส์สมัยนี้ ก็ถูกพัฒนาอยู่ตลอด และโจทย์ของการพัฒนาในทุกครั้ง ก็จะมีเรื่องความคมชัดมาเกี่ยวข้องอยู่ตลอด ก็คือเขาพัฒนากล้องและเลนส์ขึ้นมานั้น ก็ต้องมีความคมชัดที่เพิ่มขึ้นหรือเท่าเดิมทั้งนั้น คงไม่มีกล้องและเลนส์ที่ลดความคมชัดนักหรอกนะ

ปัจจัยของการทำให้ภาพคมชัดนั้นเยอะมากๆ ซึ่งหลายอย่างจะเกี่ยวกับกล้องและเลนส์อยู่เป็นส่วนใหญ่ ในส่วนของกล้องนั้นก็จะเป็นเรื่องของตั้งแต่เรื่องเซนเซอร์รับภาพ ซึ่งสมัยนี้คงไม่ต้องพูดถึงล่ะ เพราะมันก็คมชัดอยู่แล้ว ไม่ใช่กล้องอันเล็กๆเหมือนสมัยก่อนที่มีเพียงแค่ 2ล้านพิเซล แบบนั้นความคมชัดก็น้อยอยู่แล้ว แต่ตัวกล้องเราจะพูดถึงฟังชั่นต่างๆที่ใส่เข้ามาช่วยเรื่องการถ่ายภาพ เช่นระบบการโฟกัสต่างๆ

หรือจะเป็นระบบแสงต่างๆ หรือแม้แต่ความรวดเร็วในการทำงานของตัวกล้องด้วย ทั้งหมดนั้นกล้องมีอิทธิพลในภาพมาก แต่ก็ไม่อยากจะบอกว่าต้องพึ่งมันนะ เพียงแค่มันอำนวยความสะดวกและล่นระยะเวลาได้ภาพดีๆไปเยอะเลย ส่วนเรื่องของเลนส์นั้นต้องร่ายกันยาวเลยจริงๆ ขอไม่เจาะลึกมากละกัน เลนส์คือกระจกของภาพ นี่คือสิ่งที่เป็นจริง เลนส์แต่ละตัวมีสูตรเลนส์ที่ต่างกัน

นั้นทำให้เกิดเป็น มิติ เอกลักษณ์ โทนสี ของภาพที่ต่างกัน และที่เราต้องรู้ไว้เลย นั้นคือความชัดของภาพด้วย ส่วนมากแล้ว กลางภาพนั้นชัดอยู่แล้ว แต่ถ้าเราอยากจะถ่ายจุดสนใจตัวแบบอยู่ไม่กลางภาพล่ะ เลนส์ยุคใหม่นั้นทำได้ แต่ถ้าเป็นพวกเล่นเลนส์เก่า ก็ต้องรู้เลนส์ตัวเองไว้ด้วยห้ามถ่ายเกินขอบเขตไหน หรือเลนส์เก่าๆบางตัวนั้น เมื่อเปิดค่ารูรับแสงกว้างสุด กลับทำให้แม้แต่กลางภาพก็ไม่ชัด ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นเลนส์ที่มีความบกพร่อง แต่ถึงอย่างนั้น ในสมัยนี้เขาเล่นเลนส์เก่าเพราะเล่นคาแรคเตอร์ จึงไม่ได้สนใจเรื่องของความชัดมากนัก เพราะยังไงมันก็สู้เลนส์ยุคใหม่ไม่ได้

เรื่องทางเทคนิคพวกนี้เอาจริงๆนะ ไม่ได้ช่วยช่างภาพมือใหม่เท่าไหร่ สิ่งที่ช่วยจริงๆคือประสบการณ์ของการถ่ายแบบนั้นๆ แล้วจะจำได้เอง

 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ


หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

เมษายน 30, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ


ภาพโพสท่าหน้านิ่ง มองกล้อง หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

ฟังดูเหมือนจะเป็นการถ่ายภาพที่ไม่ได้อะไรมากนะ แถมยังไม่ต้องจัดเตรียมสถานที่ที่กว้างอะไรมากมายนัก แต่ความยากทั้งหมดนั้นกลับไปอยู่ที่ตัวแบบเลยทีเดียว การถ่ายแนวนี้นั้น เป็นการถ่ายที่จะต้องแสดงความจริงจังของใบหน้า และต้องใช้หลายๆเทคนิคมารวมกันให้เกิดเป็นภาพลักษณ์ของในหน้าที่แสดงถึงความเด็ดเดี่ยวของตัวแบบอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการหาชุด และเครื่องประดับต่างๆ ทรงผม และสำคัญที่สุดคือการแต่งหน้า การถ่ายแนวนี้จะเน้นไปที่หน้านิ่งๆ

นั้นทำให้อาจจะเป็นการโพสท่าที่จะต้องคิดสักหน่อย เพราะมันจะไม่ร่าเริงเหมือนกับช่วงเวลานั้นๆที่กำลังสนุก แต่ก็นะไม่ใช่เรื่องยากหรอก เพราะคนเรานั้นก็มักจะถ่ายรูปหน้านิ่งๆแบบนี้อยู่บ่อยๆเหมือนกัน ภาพสไตล์นี้จะเห็นบ่อยๆกับงานถ่ายแบบที่จริงจัง หรืออาจจะเป็นงานโฆษณาการแต่งหน้าทำผม หรือเครื่องประดับ แต่ไม่ค่อยเห็นในงานถ่ายเล่นทั่วไปนัก

เริ่มต้นเลยนั้น ก็ขอจัดการกับเรื่องยากที่สุดก่อนเลย นั้นก็คือฉาก และกระจก ต้องมีความเข้ากันและคุมโทนมากๆ ต้องมีความอลังการให้เหมาะกับโจทย์ที่ว่าด้วยความจริงจังเด็ดเดี่ยว ต่อมาก็องค์ประกอบลองอย่างพวกของที่วางหน้ากระจก ก็คงจะต้องทำหน้าที่โฟกราวที่ดี และเหมาะกับโจทย์อีกเช่นกัน การที่ตัวแบบสะท้อนเงาในกระจกนั้นเป็นการเจาะที่ไม่ถึงกับครึ่งตัว ดังนั้นแล้วก็ไม่ควรเห็นภาพสะท้อนอื่นๆนกระจกอีก

ยกเว้นตัวแบบ เพื่อให้ตัวแบบนั้นมีความเด่นมากๆ แล้วไม่ต้องการให้อย่างอื่นเป็นจุดสนใจเลย ต่อมาก็เกี่ยวกับตัวแบบเอง ตรงนี้ก็ยากเช่นกันเพราะต้องแต่งหน้าทำผมเลือกชุดให้ดีมากๆ ให้แบบว่าแสดงความมั่นมากๆให้กับตัวแบบสุดๆไปเลย คงจะยากที่การแต่หน้า เพราะต้องแสดงถึงความเด็ดเดี่ยว อารมณ์ที่แสดงออกมาต้องดูยังไงก็เป็นคนนิ่งๆไม่ใช่แนวสดใส ต้องมีความแรงแบบผู้ดี

จากนั้นแล้วเข้าฉากสะดท้อนให้กำลังพอดีเหมือนรูปถ่ายในล็อกเก็ทของสมัยก่อนเลย และที่สำคัญ กายจะสื่อถึงความเด็ดเดี่ยว ดูดีแบบผู้ดีที่มีมาดนิ่งนั้นจะต้องแสดงถึงความใจกล้าในการมองกล้องแบบไม่หลบสายตา มองอย่างตรงไปตรงมา ตัวตากล้องเองก็ถ่ายออกมาพยายามให้ตรงกับกระจกมากที่สุดที่เราจะไม่ติดอยู่ในเงาสะท้อนนั้นด้วย ถ่ายให้ติดหลังของตัวแบบนิดหน่อย แต่ทีเดียว ปกติแล้วการจัดกรอบภาพจะเน้นความบาลานซ์ แต่ภาพนี้นำตัวแบบสะท้อนนั้นอยู่กลางภาพได้เลย จะแสดงถึงความเด็ดเดี่ยวมากกว่า แล้วภาพนั้นจะดูลึกล้ำในความรู้สึกมากๆ

 

 

ขอบคุณ  บาคาร่าออนไลน์ ได้เงินจริง  ที่ให้การสนับสนุน


ขึ้นบ้านใหม่

เมษายน 21, 2020

ประเพณี

ปิดความเห็น บน ขึ้นบ้านใหม่


ขึ้นบ้านใหม่ถือเป็นประเพณีอีกอย่างของไทย และเป็นความเชื่ออีกอย่างหนึ่งของคนไทย ว่าการย้ายที่อยู่จะดีหรือไม่ กล้าๆกลัวในสิ่งที่จะเกิดขึ้นจึงมีการทำบุญให้แก่บ้านใหม่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้สมาชิกในบ้าน และยังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เมื่อเราทำการปลูกบ้านเสร็จแล้วก็จะนิมนต์พระพุทธรูปเข้าบ้านก่อนอันดับแรก แล้วเราก็จะหาวันเหมาะสมในการทำบุญ ในพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ยังได้มีการพบเจอญาติพี่น้อง ที่บอกมาร่วมงานหรือเพื่อนบ้านในระแวกบ้านที่ใกล้เคียง มาทำความรู้จักกัน

พิธีขึ้นบ้านใหม่

ก่อนอื่นเจ้าของบ้านควรปัดกวาดเช็ดถูบ้านให้สะอาด และจัดสถานที่ไว้คอยต้อนรับพระสงฆ์ และของที่จะใช้ในพิธีอีกด้วย อย่างพวกโต๊ะหมู่ ขันน้ำมนต์ สายสิญจน์ ดอกไม้ธูปเทียน และอาหาร กับน้ำ จะต้องนิมนต์พระสงฆ์มา 9รูป  และจะเริ่มทำพิธีสงฆ์หลังจากถวายข้าวพระ เมื่อพระฉันท์ข้าวเสร็จก็จะมีการพรมน้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล ให้แก่ผ็ที่มาในงาน และเดินพรมรอบบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านใหม่ เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็ส่งพระกลับ แล้วก็จะเชิญบรรดาแขกที่มาในงาน ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน

สิ่งที่ต้องเตรียมพิธีโบราญ

ในสมัยก่อนการเตรียมของทำบุญจะต้องมี ธูป เทียน สร้อย แหวนเงินทอง ถุงเงิน ถุงทอง  ตะกร้า ถังน้ำ (ต้องใช้ของใหม่อย่างละ2ใบ) ดอกรัก กุหลาบแดง กุหลาบเหลือง ดอกดาวเรือง ข้าวตอก ถั่ว งา พระพุทธรูป และเครื่องครัวในบ้านทั้งหมด และเตรียมเศษสตางค์ต้องมีให้ครบทุกเหรียญ รวมกันให้ได้ 108 บาท และแบงก์ รวมกันให้ได้ 1900 บาท นำพวกสตางค์ใส่ลงในถุงเงินให้หมด และพวกแก้ว แหวน ทองให้ใส่ลงไปในถุงทอง และนำถังตักน้ำให้เต็ม1ถัง อีกถังให้ใส่ข้าวสารให้ล้น แล้วโรยพวกดอกไม้ลงไปในตะกร้าที่เตรียมไว้ และให้เพื่อนมาช่วยกันแบกของเข้าไปในครัวโดยที่จะต้องมีการทำของหกหล่น และเจ้าของบ้านก็อุ้มพระพุทธรูปตามเข้าไป และให้พูดแต่สิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นเมื่อได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ เป็นอันจบพิธี และมีการกวาดบ้านเอาของที่ทำหก นำไปให้นกกิน เพื่อให้รู้ถึงความอุดมสมบูรณ์ในบ้านนี้

วันต้องห้ามในการขึ้นบ้านใหม่คือ วันเสาร์ โบราญจะถือว่าวันเสาร์เป็นวันไม่ดีไม่ควรทำการขึ้นบ้านใหม่ และสิ่งของควรเตรียมให้พร้อม ทำแค่พอกำลังหรือทำตามฐานะที่เราไหว และการจัดของถวายพระควรเป็นผลไม้ห้าอย่างจะดีกว่าการนำเนื้อสัตว์มาถวาย เพราะจะถือว่าเป็นการเบียดเบียนชีวิตของสัตว์

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ดาวน์โหลด


เกมพนันออนไลน์ยอดฮิต

เมษายน 15, 2020

การพนันออนไลน์

ปิดความเห็น บน เกมพนันออนไลน์ยอดฮิต


เกมพนันออนไลน์ แบล็คแจ็คคือเกมไพ่อีกเกมนึงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในแถบทวีปยุโรป เป็นเกมไพ่อีกเกมที่เล่นได้ทุกที่ ไม่ว่าจะในบ้าน หรือที่ต่าง ๆ ที่มีที่สามารถเล่นได้ แค่เรามีไพ่และสถานที่ก็เล่นได้แล้ว 

จะเห็นได้ว่าสาเหตุที่แบล็คแจ็คได้เป็นเกมสำหรับให้นักพนันโดยส่วนมากที่มีความชื่นชอบนั้นที่มาจากรูปแบบในการเล่นโดยไม่มีการตายตัว ซึ่งเรานั้นส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการนำไหวพริบต่างๆ เพื่อเป็นการลดโอกาสเสียหรือเป็นการลดการขาดทุน และยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการชนะรางวัลได้อีก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวิธีการแยกแยกไพ่ เก็บไพ่ สำหรับในการยอมแพ้หรือในการเรียกไพ่ โดยนักเล่นการพนันออนไลน์ที่เป็นแบบมืออาชีพ ในส่วนใหญ่จะเป็นการเล่นในเกมแบล็คแจ็คเสียมากกว่าเพราะว่าจะมีโอกาสได้และเสียหรือเป็นการได้ผลลัพธ์ที่เกี่ยวกับการเดิมพัน จะสามารถที่จะควบคุมได้ อยู่ที่การตัดสินใจของเราเอง เป็นเกมเดิมพันที่ใช้ดวงน้อย และเน้นการใช้กึ๋นและไหวพริบเป็นหลัก

 

โดยคะแนนของไพ่แต่ละใบจะมีดังนี้ 

A ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 1 แต้ม หรือ 11 แต้มแล้วแต่สถานการณ์  

2 ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 2 แต้ม 

3ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 3 แต้ม 

4 ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 4 แต้ม 

5 ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 5 แต้ม 

6 ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 6 แต้ม 

7ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 7 แต้ม 

8ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 8 แต้ม 

9ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 9 แต้ม 

10ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 10 แต้ม 

Jไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 10 แต้ม 

Qไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 10 แต้ม 

Kไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 10 แต้ม 

โดยตัวอย่างของไพ่ A นั้นคือ เมื่อเราได้ไพ่ เช่น J 10 Q หรือ K จะเท่ากับเรามี 10 แต้ม แล้วเราได้ไพ่ A เข้ามาเราก็จะได้เป็น 21 แต้มเท่ากับ แบล็อคแจ็คนั่นเอง  

 

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  บาคาร่าออนไลน์


ตำนานหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด

เมษายน 7, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน ตำนานหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด


   เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักหลวงปู่ทวด ที่มีฉายาหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดกันมาบ้างแล้วเพราะท่านเป็นที่เคารพนับถือของคนไทยมาอย่างยาวนาน และมีการเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านกันหลายอย่างมากและที่ทำให้ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดก็คือ การที่ท่านเหยียบน้ำทะเลแล้ว น้ำทะเลกลายเป็นน้ำจืดสามารถนำมาดื่มกินได้

วันนี้เว็บ ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี  ของเราจะมาเล่าถึงประวัติอย่างย่อย่อของหลวงปู่ทวดให้ทราบกันค่ะ หลวงปู่ทวด เกิดในปี พ.ศ. 2125 ซึ่งตรงกับเดือน 4 ปีมะโรง โดยในวันที่เกิดนั้นตรงกับวันศุกร์ หลวงปู่ทวดหรือที่หลายคนมักเรียกท่านว่าสมเด็จพะโคะ นั้นเกิดสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเกิดที่บ้านสวนจันทร์ มีพ่อชื่อนายหู และมีแม่ขื่อจันทร์ ซึ่งตอนที่เกิดใหม่ใหม่ พ่อแม่ได้ตั้งชื่อหลวงปู่ทวดว่าปู มีเรื่องเล่าว่าในวัยเด็กในสมัยที่หลวงปู่ทวดยังเป็นทารกอยู่นั้น ด้วยความที่พ่อกับแม่มีฐานะยากจน

จึงได้พาหลวงปู่ทวดออกไปทำนาด้วย โดยจะมีการนำผ้ามาปลูกเป็นเปลเอาไว้ใต้ต้นไม้ ซึ่งจะให้หลวงปู่ทวดนอนอยู่ในนั้นแล้วพ่อกับแม่ก็จะออกไปทำนา มีอยู่มาวันหนึ่งขณะที่แม่ได้ปล่อยให้หลวงปู่ทวดนอนหลับอยู่ในเปลเพียงลำพังเพราะต้องไปทำนา หลังจากที่ทำงานได้สักพัก แม่ของหลวงปู่ทวดก็เดินมาดูหลวงปู่เพราะเป็นห่วงแต่มาถึงเปลก็ต้องตกใจมากเพราะในเปลที่หลวงปู่ทวดนอนอยู่นั้นมีงูตัวใหญ่มากตัวหนึ่งมาพันรอบตัวของหลวงปู่ทวดเอาไว้ ซึ่งตอนนี้หลวงปู่ทวดก็นอนจ้องงูอยู่แต่ไม่ได้ร้องไห้งอแงอะไรเลย เมื่อแม่เห็นดังนั้นก็ตกใจมากเรียกให้คนมาช่วย

ชาวบานที่มาเห็นเหตุการณ์ต่างก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปไล่งู จนมีชาวบ้านคนหนึ่งบอกกับแม่ของหลวงปู่ทวดว่างูดังกล่าวอาจจะเป็นงูเจ้าที่ให้ลองเอาข้าวตกมาไหว้ขอขมา และหลังจากที่แม่ทำตามงูตัวดังกล่าวก็ได้เลื้อยออกจากตัวของหลวงปู่ทวดและเมื่อแม่ได้เข้ามาดูก็ไม่พบบาดแผลใดใดตามร่างกายของหลวงปู่ทวดเลย แต่กลับพบลูกแก้วอยู่ในเปลแทน ซึ่งชาวบ้านต่างก็บอกว่านี่อาจจะเป็นลูกแก้วที่งูนำมาให้กับหลวงปู่ทวดก็ได้

หลังจากนั้นพ่อก็เป็นคนเก็บลูกแก้วเอาไว้เพื่อจะเอาให้หลวงปู่ทวดตอนโตและหลังจากที่หลวงปู่ทวดอายุได้เจ็ดขวบพ่อก็พาไปบวชเป็นเณร และหลังจากนั้นมาท่านก็บวชเป็นพระซึ่งเป็นพระที่มีความรู้ความสามารถมากต่อมาท่านต้องการเดินทางไปกรุงศรีอยุธยาได้จึงได้อาศัยเรือไปแต่ เรือเกิดเจอกับพายุขณะอยู่กลางทะเลทำให้ข้าวของบนเรือเสียหายและน้ำดื่มที่เตรียมมาก็หมด

หัวหน้าเรือจึงคิดว่าเป็นเพราะมีพระอยู่บนเรือจึงทำให้เกิดสิ่งไม่ดี จึงสั่งให้คนพาหลวงปู่ทวดไปส่งที่ฝั่งแต่หลวงปู่ทวดได้ตั้งจิตอธิฐานแล้วเอาเท้าแย่ลงไปในน้ำแล้วให้คนบนเรือชิม ซึ่งน้ำบริเวณที่หลวงปู่ทวดแย่เท้าลงไปจากน้ำทะเลกลายเป็นน้ำจืดที่ดื่มได้ทำให้ชื่อเสียงของท่านโด่งดังนับตั้งแต่นั้นมา


ตำนาน เหรา กับ พญานาค

มีนาคม 30, 2020

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนาน เหรา กับ พญานาค


สำหรับเรื่องที่เป็นตำนานมาอย่างช้านานที่ใครหลายคนก็ยังคงไม่เข้าใจว่าเรื่องที่มันเป็นตำนานอยู่นี้มันมีความเป็นมาอย่างไรถึงได้เรียกกันว่า เหรา หรือ ตัวกินงูและมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับพญานาคหลายคนต่างก็สงสัยกันใช่ไหมว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับพญานาค

เหรา นั้นเป็นตัวแทนของความอิจฉาริษยาและหลงทนงในตนเองเป็นสัตว์ที่มันความมักใหญ่ใฝ่สูงอยากเป็นเจ้าใหญ่แห่งลำน้ำโขงและยังอิจฉาพญานาคที่ได้รับชื่อทางธรรมให้ผู้คนที่มาขออุปสมบทถูกเรียกว่านาคก่อนบวชเป็นพระทำให้ เหรา หาเรื่องเอาชนะพญานาคด้วยการท้าทายกันแต่พญานาคไม่อยากให้สัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำเดือดร้อนจากการท้าทายจึงมีกติกาว่าหาก เหรา สามารถกลืนพญานาคได้ทั้งตัวให้ถือว่า เหรา เป็นฝ่านชนะเจ้า เหรา พยายามกลืนพญานาคตั้งแต่หางขึ้นไปแต่ไม่สามารถกลืนส่วนหัวของพญานาคได้จึงได้เหลือส่วนหัวพ้นออกมาจากปากแบบที่เห็นการตามรูปปั้นบางตำนานเล่าว่าพญาค่อยๆ

โผล่หัวออกมาจากปาก เหรา จนครบ7เศียร จึงทำให้ เหรา กลืนไม่ได้และยอมแพ้ในที่สุดทำให้มีรูปปั้นของพญานาคในภาคเหนือ อีสาน และ ประเทศลาวตามบนไดทางขึ้นของวิหารหัวจะเป็นพญานาคแต่ในส่วนลำตัวของพญานาคนั้นเป็น เหรา เชื่อกันว่าที่จริงแล้วเรื่อราวของ เหรา เป็นหนึ่งในปริศนาธรรมที่แสดงให้เห็นถึงความดีที่เอาชนะความชั่วได้ทั้งหมดให้ทิ้งความทุกข์เอาไว้ที่ทางเข้าวิหารโบสถ์เพื่อที่จะได้รับความสงบสุขร่มเย็นกลับบ้านไปหรือในทางพุทธศาสนานาคงูหมายถึงอุปทานความยึดติดลุ่มหลงโดยปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจอในวัดหลายแห่งทางภาคเหนือในเทวะตำนานของศาสนาฮินดู เหรา

เป็นสัตว์ประปลาดที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลมักอยู่ในรูปร่างที่ผ่านการผสมผสานของสัตว์หลายชนิดโดยครึ่งบนนั้นอาจจะเป็นสัตว์บกอาจจะเป็น เช่น ช้าง จระเข้ หรือ กวาง ในส่วนของร่างกายช่วงล่างโดยเฉพาะในส่วนของหางเป็นของสัตว์น้ำที่มีครีบหางลักษณะเหมือนปลาหรือบางครั้งก็อาจจะเป็นหางนกยุงมักจะถูกประดับเอาไว้ตรงปากทางเข้าของศาสนาฮินดู เหรา หรือ มงกรยังเป็นหนึ่งพาหนะของพระแม่คงค

และ พระวรุณเทพแห่งสายฝนและทะเลทำให้ในทางล้านนาของประเทศไทยยังมีการนำ เหรา ในพิธีขอฝนอีกต่างหากนอกจากนี้ เหรา ยังปรากฏในธงของพระกามเทพและยังเป็นสัญลักษณ์ของชาวราศีมงกรจากบันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวของป่าหิมพานต์พบว่า เหรา เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์บริเวณเขาพระสุเมรุลักษณะภายนอกการผสมผสานระหว่างจระเข้ กับ พญานาคมีลำตัวยาวมีขายื่นออกมาจากลำตัวมีปากเหมือนจระเข้ทำหน้าที่อยู่ด้านหน้าเขาพระสุเมรุ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub


ตำนานเสาหลักเมือง

มีนาคม 25, 2020

ประวัติและตำนาน

ปิดความเห็น บน ตำนานเสาหลักเมือง


เสาหลักเมือง

เสาหลักเมือง หรือศาลหลักเมืองจะมีเกือบทุกจังหวัดของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นที่เคารพบูชาของคนในจังหวัดนั้นๆแต่เราไม่รู้ที่มาของการสร้างเสาหลักเมืองขึ้นมาเลย

ประวัติของเสาหลักเมือง

ในสมัยก่อนได้มีการเล่าว่า ในสมัยก่อนจะมีการสร้างเมืองขึ้นมาได้นั้นต้องใช้คนทั้งเป็นในการฝังทำเสาประตูเมืองทั้ง 4แห่งและผู้ที่จะถูกฝังทั้งเป็นนั้นจะต้องมีชื่อว่า อิน จัน มั่น คง นำมาฝังในหลุมนั่นถึงจะเกิดความศักดิ์สิทธิ และจะมีนายทหารดิกเรียกชื่อเหล่านี้ในสถานที่ต่างๆ หากใครได้มีการขานรับก็จะถูกนำไปฝังทั้งเป็น ก่อนจะนำไปฝังนั้นจะมีการเลี้ยงข้าวปลาอาหารให้อิ่ม และนำไปยังหลุดที่ได้มีการเตรียมไว้แล้วโดยการเอาท่อนซุงผูกเชือก และได้มีการแห่ผู้ที่จะถูกฝังไปรอบเมืองเพื่อให้ประชาชนมาดูการทำพิธี จากนั้นก็นำตัวลงหลุมแล้วทำการตัดเชือกที่เป็นท่อนซุงหล่นทับตาย และก่อนที่จะนำมายังหลุมก็ได้มีการสั่งให้เฝ้าประตูเมืองด้วยการบอกกล่าวจากพระเจ้าแผ่นดิน และการเลือกคนลงหลุมนั้นจะต้องเป็นคนที่ไม่มีรอยสักถ้าเป็นชาย ส่วนถ้าเป็นหญิงห้ามเจาะหู และทางญาติพี่น้องก็จะได้รับรางวัลจากพระเจ้าแผ่นดินอีกด้วย

การฝังสตรีท้องแก่

ได้มีบันทึกจากชาวต่างชาติในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองว่า การตอกเสาหลักเมืองของประเทศสยามว่าเป็นพิธีที่น่ากลัวที่สุด โดยมีรับสั่งจากพระเจ้าแผ่นดินในสมัยนั้น ให้มีการกระทำดังกล่าวให้จะนำสตรีมีครรภ์โยนลงไปในหลุมละ2คน และจะต้องใช้ผู้หญิงท้องแก่ประมาณ 68คนจึงจะทำการสำเร็จ จากนั้นให้หญิงมีครรภ์ลงหลุมและได้มีการตัดเสาให้กระแทกตาย และเชื่อสตรีมีครรภ์จะช่วยเฝ้าประตูเมืองทั้ง 17แห่งได้ และยังได้มีการบันทึกอีกว่าไม่ว่าการสร้างอาไรในวัง ก็จะนำสตรีที่ท้องแก่ลงยังก้นหลุมทุกหลุม ที่มีการก่อสร้างสถานที่สำคัญในเมืองก็ตาม

การฝังคนทั้งเป็นก็ยังหาหลักฐานมาแสดงไม่ได้ ได้แต่มีการบอกเล่าของคนในสมัยก่อนและมาในยุครัชการที่๑ ท่านไม่ทรงโปรดให้มีการฝังคนทั้งเป็นในหลุมเด็ดขาด จะมีแค่การนำเอาดินมาปั้นให้เป็นลูกกลมๆ 4ลูกทำการโยนลงก้นหลุมแทนและเปรียบดินเหล่านั้นเป็นธาตุทั้ง4 ซึ่งมีธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ และให้โหรถือธาตุทั้ง 4คนละลูกโยนลงก้นหลุมแทน และจะนำแผ่นศิลาวางลงในหลุมและอัญเชิญเสาหลักเมืองลงไปและทำการกลบดินให้แน่น แล้วก็จะตีกลองฉลองชัยต่อไป และได้มีการอัญเชิญเหล่าเทวาดามาสถิตอยู่ในเสาแต่ละต้นนั้นด้วย

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100


หวยออนไลน์กับหวยใต้ดินแตกต่างกันไหม

มีนาคม 24, 2020

หวยออนไลน์

ปิดความเห็น บน หวยออนไลน์กับหวยใต้ดินแตกต่างกันไหม


 สำหรับคำว่าหวย เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เลยทีเดียว

ซึ่งตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและพัฒนาการเล่นมามากมายหลายครั้ง แต่ไม่ว่าหวยจะมีประวัติมายาวนานขนาดไหน ผู้คนก็ไม่เคยลดจำนวนการเล่นหวยเลยมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน อาจเป็นเพราะคนที่ซื้อหวย ต้องการเงินรางวัลหากเลขที่ออกตรงกับเลขที่ซื้อและหลายคนซื้อหวยเพียงเพราะต้องการความบันเทิงต้องการมีอะไรให้ลุ้นเพื่อให้ไม่น่าเบื่อแต่หลายคนก็มุ่งหวังไปที่เงินรางวัล ปัจจุบันหวยจะออกทุกเดือนโดยออกเดือนละ 2 ครั้งเป็นทุกวันที่ 1 และทุกวันที่ 16 ของทุกเดือนแต่ก็อาจจะมีบางเดือนที่วันที่ออกอาจจะเลื่อนออกไปหากตรงกับวันพิเศษต่างๆ ในปัจจุบันช่องทางการจำหน่ายหวยมีหลายช่องทางให้ผู้ที่สนใจซื้อหวยได้มีตัวเลือกมากขึ้นทั้งที่เป็นหวยของรัฐบาลเอง

หรือที่เราเรียกกันว่าฉลากกินแบ่งรัฐบาล และหวยใต้ดินที่การจำหน่ายยังมีคนเดินโพยหวย มาจดเลขที่ลูกค้าต้องการซื้อและอีกช่องทางที่เพิ่มเข้ามาล่าสุดคือการซื้อหวยผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น appขายหวย หรือเว็บไซต์ที่เปิดขายหวย แต่จะมีใครรู้ไหมว่าทั้งหวยใต้ดินและหวยที่ขายผ่ายเว็บไซต์นั้นมีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง

  1. อย่างแรกเลย ข้อเสนอส่วนลดต่างๆหรือเงินรางวัลสำหรับหวยออนไลน์แล้ว จะมีมากกว่าหวยใต้ดิน เพราะโดยปกติหวยใต้ดินโปรโมชั่นที่มีให้กับลูกค้าจะเป็นเพียงส่วนลดให้เช่น ซื้อ 100 บาทลดให้ 2 บาท แต่สำหรับหวยออนไลน์แล้วแต่ละเว็บไซต์ที่เปิดขายหวยจะมีโปรโมชั่นจัดออกมาแข่งขันก็ไม่เว้นแต่ละเดือน อีกทั้งหากซื้อหวยแล้วถูกรางวัลบางเว็บไซต์ให้เงินรางวัลมากกว่าหวยใต้ดินมาก
  2. อีกอย่างที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยคือ การเล่นหวยใต้ดินนั้นจะสามารถซื้อเลขได้เพียงทุกวันที่ 1 กับ 16 ของทุกเดือนเท่านั้น เพราะมีออกแค่ 2 งวดต่อเดือน แต่สำหรับหวยออนไลน์แล้วมีการเปิดกว้างให้คนที่ชื่นชอบการซื้อหวย สามารถซื้อหวยได้ทุกวัน เพราะในเว็บไซต์นอกจากจะขายหวยที่ออกพร้อมรัฐบาลทุกวันที่ 1 กับ 16 แล้วในแต่ละวันยังมีหวยอื่นให้ร่วมสนุกอีกด้วย เช่น หวยหุ้น หวยยี่กี  หวยฮานอยและหวยลาว ซึ่งนอกจากในเว็บไซต์จะมีหวยให้ซื้อได้ทุกวัน วันละหลายรอบแล้ว ในเว็บไซต์ยังมีเกมให้เล่นสนุกๆเพื่อลุ้นเงินรางวัลได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าเพียงแค่ยกตัวอย่างมาเพียงแค่ 2 ข้อก็สามารถเห็นความแตกต่างของหวยใต้ดินกับหวยออนไลน์ได้อย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งหากใครที่ชื่นชอบการเล่นหวยแบบหลากหลายก็สามารถลองเข้าไปเล่นหวยออนไลน์ดูได้เลย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  alpha88