Month: เมษายน 2020


หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

เมษายน 30, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ


ภาพโพสท่าหน้านิ่ง มองกล้อง หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

ฟังดูเหมือนจะเป็นการถ่ายภาพที่ไม่ได้อะไรมากนะ แถมยังไม่ต้องจัดเตรียมสถานที่ที่กว้างอะไรมากมายนัก แต่ความยากทั้งหมดนั้นกลับไปอยู่ที่ตัวแบบเลยทีเดียว การถ่ายแนวนี้นั้น เป็นการถ่ายที่จะต้องแสดงความจริงจังของใบหน้า และต้องใช้หลายๆเทคนิคมารวมกันให้เกิดเป็นภาพลักษณ์ของในหน้าที่แสดงถึงความเด็ดเดี่ยวของตัวแบบอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการหาชุด และเครื่องประดับต่างๆ ทรงผม และสำคัญที่สุดคือการแต่งหน้า การถ่ายแนวนี้จะเน้นไปที่หน้านิ่งๆ

นั้นทำให้อาจจะเป็นการโพสท่าที่จะต้องคิดสักหน่อย เพราะมันจะไม่ร่าเริงเหมือนกับช่วงเวลานั้นๆที่กำลังสนุก แต่ก็นะไม่ใช่เรื่องยากหรอก เพราะคนเรานั้นก็มักจะถ่ายรูปหน้านิ่งๆแบบนี้อยู่บ่อยๆเหมือนกัน ภาพสไตล์นี้จะเห็นบ่อยๆกับงานถ่ายแบบที่จริงจัง หรืออาจจะเป็นงานโฆษณาการแต่งหน้าทำผม หรือเครื่องประดับ แต่ไม่ค่อยเห็นในงานถ่ายเล่นทั่วไปนัก

เริ่มต้นเลยนั้น ก็ขอจัดการกับเรื่องยากที่สุดก่อนเลย นั้นก็คือฉาก และกระจก ต้องมีความเข้ากันและคุมโทนมากๆ ต้องมีความอลังการให้เหมาะกับโจทย์ที่ว่าด้วยความจริงจังเด็ดเดี่ยว ต่อมาก็องค์ประกอบลองอย่างพวกของที่วางหน้ากระจก ก็คงจะต้องทำหน้าที่โฟกราวที่ดี และเหมาะกับโจทย์อีกเช่นกัน การที่ตัวแบบสะท้อนเงาในกระจกนั้นเป็นการเจาะที่ไม่ถึงกับครึ่งตัว ดังนั้นแล้วก็ไม่ควรเห็นภาพสะท้อนอื่นๆนกระจกอีก

ยกเว้นตัวแบบ เพื่อให้ตัวแบบนั้นมีความเด่นมากๆ แล้วไม่ต้องการให้อย่างอื่นเป็นจุดสนใจเลย ต่อมาก็เกี่ยวกับตัวแบบเอง ตรงนี้ก็ยากเช่นกันเพราะต้องแต่งหน้าทำผมเลือกชุดให้ดีมากๆ ให้แบบว่าแสดงความมั่นมากๆให้กับตัวแบบสุดๆไปเลย คงจะยากที่การแต่หน้า เพราะต้องแสดงถึงความเด็ดเดี่ยว อารมณ์ที่แสดงออกมาต้องดูยังไงก็เป็นคนนิ่งๆไม่ใช่แนวสดใส ต้องมีความแรงแบบผู้ดี

จากนั้นแล้วเข้าฉากสะดท้อนให้กำลังพอดีเหมือนรูปถ่ายในล็อกเก็ทของสมัยก่อนเลย และที่สำคัญ กายจะสื่อถึงความเด็ดเดี่ยว ดูดีแบบผู้ดีที่มีมาดนิ่งนั้นจะต้องแสดงถึงความใจกล้าในการมองกล้องแบบไม่หลบสายตา มองอย่างตรงไปตรงมา ตัวตากล้องเองก็ถ่ายออกมาพยายามให้ตรงกับกระจกมากที่สุดที่เราจะไม่ติดอยู่ในเงาสะท้อนนั้นด้วย ถ่ายให้ติดหลังของตัวแบบนิดหน่อย แต่ทีเดียว ปกติแล้วการจัดกรอบภาพจะเน้นความบาลานซ์ แต่ภาพนี้นำตัวแบบสะท้อนนั้นอยู่กลางภาพได้เลย จะแสดงถึงความเด็ดเดี่ยวมากกว่า แล้วภาพนั้นจะดูลึกล้ำในความรู้สึกมากๆ

 

 

ขอบคุณ  บาคาร่าออนไลน์ ได้เงินจริง  ที่ให้การสนับสนุน


ขึ้นบ้านใหม่

เมษายน 21, 2020

ประเพณี

ปิดความเห็น บน ขึ้นบ้านใหม่


ขึ้นบ้านใหม่ถือเป็นประเพณีอีกอย่างของไทย และเป็นความเชื่ออีกอย่างหนึ่งของคนไทย ว่าการย้ายที่อยู่จะดีหรือไม่ กล้าๆกลัวในสิ่งที่จะเกิดขึ้นจึงมีการทำบุญให้แก่บ้านใหม่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้สมาชิกในบ้าน และยังเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เมื่อเราทำการปลูกบ้านเสร็จแล้วก็จะนิมนต์พระพุทธรูปเข้าบ้านก่อนอันดับแรก แล้วเราก็จะหาวันเหมาะสมในการทำบุญ ในพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ยังได้มีการพบเจอญาติพี่น้อง ที่บอกมาร่วมงานหรือเพื่อนบ้านในระแวกบ้านที่ใกล้เคียง มาทำความรู้จักกัน

พิธีขึ้นบ้านใหม่

ก่อนอื่นเจ้าของบ้านควรปัดกวาดเช็ดถูบ้านให้สะอาด และจัดสถานที่ไว้คอยต้อนรับพระสงฆ์ และของที่จะใช้ในพิธีอีกด้วย อย่างพวกโต๊ะหมู่ ขันน้ำมนต์ สายสิญจน์ ดอกไม้ธูปเทียน และอาหาร กับน้ำ จะต้องนิมนต์พระสงฆ์มา 9รูป  และจะเริ่มทำพิธีสงฆ์หลังจากถวายข้าวพระ เมื่อพระฉันท์ข้าวเสร็จก็จะมีการพรมน้ำมนต์ เพื่อเป็นสิริมงคล ให้แก่ผ็ที่มาในงาน และเดินพรมรอบบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านใหม่ เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็ส่งพระกลับ แล้วก็จะเชิญบรรดาแขกที่มาในงาน ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน

สิ่งที่ต้องเตรียมพิธีโบราญ

ในสมัยก่อนการเตรียมของทำบุญจะต้องมี ธูป เทียน สร้อย แหวนเงินทอง ถุงเงิน ถุงทอง  ตะกร้า ถังน้ำ (ต้องใช้ของใหม่อย่างละ2ใบ) ดอกรัก กุหลาบแดง กุหลาบเหลือง ดอกดาวเรือง ข้าวตอก ถั่ว งา พระพุทธรูป และเครื่องครัวในบ้านทั้งหมด และเตรียมเศษสตางค์ต้องมีให้ครบทุกเหรียญ รวมกันให้ได้ 108 บาท และแบงก์ รวมกันให้ได้ 1900 บาท นำพวกสตางค์ใส่ลงในถุงเงินให้หมด และพวกแก้ว แหวน ทองให้ใส่ลงไปในถุงทอง และนำถังตักน้ำให้เต็ม1ถัง อีกถังให้ใส่ข้าวสารให้ล้น แล้วโรยพวกดอกไม้ลงไปในตะกร้าที่เตรียมไว้ และให้เพื่อนมาช่วยกันแบกของเข้าไปในครัวโดยที่จะต้องมีการทำของหกหล่น และเจ้าของบ้านก็อุ้มพระพุทธรูปตามเข้าไป และให้พูดแต่สิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นเมื่อได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ เป็นอันจบพิธี และมีการกวาดบ้านเอาของที่ทำหก นำไปให้นกกิน เพื่อให้รู้ถึงความอุดมสมบูรณ์ในบ้านนี้

วันต้องห้ามในการขึ้นบ้านใหม่คือ วันเสาร์ โบราญจะถือว่าวันเสาร์เป็นวันไม่ดีไม่ควรทำการขึ้นบ้านใหม่ และสิ่งของควรเตรียมให้พร้อม ทำแค่พอกำลังหรือทำตามฐานะที่เราไหว และการจัดของถวายพระควรเป็นผลไม้ห้าอย่างจะดีกว่าการนำเนื้อสัตว์มาถวาย เพราะจะถือว่าเป็นการเบียดเบียนชีวิตของสัตว์

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ดาวน์โหลด


เกมพนันออนไลน์ยอดฮิต

เมษายน 15, 2020

การพนันออนไลน์

ปิดความเห็น บน เกมพนันออนไลน์ยอดฮิต


เกมพนันออนไลน์ แบล็คแจ็คคือเกมไพ่อีกเกมนึงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในแถบทวีปยุโรป เป็นเกมไพ่อีกเกมที่เล่นได้ทุกที่ ไม่ว่าจะในบ้าน หรือที่ต่าง ๆ ที่มีที่สามารถเล่นได้ แค่เรามีไพ่และสถานที่ก็เล่นได้แล้ว 

จะเห็นได้ว่าสาเหตุที่แบล็คแจ็คได้เป็นเกมสำหรับให้นักพนันโดยส่วนมากที่มีความชื่นชอบนั้นที่มาจากรูปแบบในการเล่นโดยไม่มีการตายตัว ซึ่งเรานั้นส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นการนำไหวพริบต่างๆ เพื่อเป็นการลดโอกาสเสียหรือเป็นการลดการขาดทุน และยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการชนะรางวัลได้อีก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวิธีการแยกแยกไพ่ เก็บไพ่ สำหรับในการยอมแพ้หรือในการเรียกไพ่ โดยนักเล่นการพนันออนไลน์ที่เป็นแบบมืออาชีพ ในส่วนใหญ่จะเป็นการเล่นในเกมแบล็คแจ็คเสียมากกว่าเพราะว่าจะมีโอกาสได้และเสียหรือเป็นการได้ผลลัพธ์ที่เกี่ยวกับการเดิมพัน จะสามารถที่จะควบคุมได้ อยู่ที่การตัดสินใจของเราเอง เป็นเกมเดิมพันที่ใช้ดวงน้อย และเน้นการใช้กึ๋นและไหวพริบเป็นหลัก

 

โดยคะแนนของไพ่แต่ละใบจะมีดังนี้ 

A ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 1 แต้ม หรือ 11 แต้มแล้วแต่สถานการณ์  

2 ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 2 แต้ม 

3ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 3 แต้ม 

4 ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 4 แต้ม 

5 ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 5 แต้ม 

6 ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 6 แต้ม 

7ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 7 แต้ม 

8ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 8 แต้ม 

9ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 9 แต้ม 

10ไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 10 แต้ม 

Jไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 10 แต้ม 

Qไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 10 แต้ม 

Kไม่ว่าจะเป็น รูปดอกจิก(สีดำ) ข้าวหลามตัด(สีแดง) หัวใจ(สีแดง) โพดำ(สีดำ) จะถือว่าเป็น 10 แต้ม 

โดยตัวอย่างของไพ่ A นั้นคือ เมื่อเราได้ไพ่ เช่น J 10 Q หรือ K จะเท่ากับเรามี 10 แต้ม แล้วเราได้ไพ่ A เข้ามาเราก็จะได้เป็น 21 แต้มเท่ากับ แบล็อคแจ็คนั่นเอง  

 

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  บาคาร่าออนไลน์


ตำนานหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด

เมษายน 7, 2020

ศิลปะ

ปิดความเห็น บน ตำนานหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด


   เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักหลวงปู่ทวด ที่มีฉายาหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดกันมาบ้างแล้วเพราะท่านเป็นที่เคารพนับถือของคนไทยมาอย่างยาวนาน และมีการเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านกันหลายอย่างมากและที่ทำให้ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดก็คือ การที่ท่านเหยียบน้ำทะเลแล้ว น้ำทะเลกลายเป็นน้ำจืดสามารถนำมาดื่มกินได้

วันนี้เราจะมาเล่าถึงประวัติอย่างย่อย่อของหลวงปู่ทวดให้ทราบกันค่ะ หลวงปู่ทวด เกิดในปี พ.ศ. 2125 ซึ่งตรงกับเดือน 4 ปีมะโรง โดยในวันที่เกิดนั้นตรงกับวันศุกร์ หลวงปู่ทวดหรือที่หลายคนมักเรียกท่านว่าสมเด็จพะโคะ นั้นเกิดสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเกิดที่บ้านสวนจันทร์ มีพ่อชื่อนายหู และมีแม่ขื่อจันทร์ ซึ่งตอนที่เกิดใหม่ใหม่ พ่อแม่ได้ตั้งชื่อหลวงปู่ทวดว่าปู มีเรื่องเล่าว่าในวัยเด็กในสมัยที่หลวงปู่ทวดยังเป็นทารกอยู่นั้น ด้วยความที่พ่อกับแม่มีฐานะยากจน

จึงได้พาหลวงปู่ทวดออกไปทำนาด้วย โดยจะมีการนำผ้ามาปลูกเป็นเปลเอาไว้ใต้ต้นไม้ ซึ่งจะให้หลวงปู่ทวดนอนอยู่ในนั้นแล้วพ่อกับแม่ก็จะออกไปทำนา มีอยู่มาวันหนึ่งขณะที่แม่ได้ปล่อยให้หลวงปู่ทวดนอนหลับอยู่ในเปลเพียงลำพังเพราะต้องไปทำนา หลังจากที่ทำงานได้สักพัก แม่ของหลวงปู่ทวดก็เดินมาดูหลวงปู่เพราะเป็นห่วงแต่มาถึงเปลก็ต้องตกใจมากเพราะในเปลที่หลวงปู่ทวดนอนอยู่นั้นมีงูตัวใหญ่มากตัวหนึ่งมาพันรอบตัวของหลวงปู่ทวดเอาไว้ ซึ่งตอนนี้หลวงปู่ทวดก็นอนจ้องงูอยู่แต่ไม่ได้ร้องไห้งอแงอะไรเลย เมื่อแม่เห็นดังนั้นก็ตกใจมากเรียกให้คนมาช่วย

ชาวบานที่มาเห็นเหตุการณ์ต่างก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปไล่งู จนมีชาวบ้านคนหนึ่งบอกกับแม่ของหลวงปู่ทวดว่างูดังกล่าวอาจจะเป็นงูเจ้าที่ให้ลองเอาข้าวตกมาไหว้ขอขมา และหลังจากที่แม่ทำตามงูตัวดังกล่าวก็ได้เลื้อยออกจากตัวของหลวงปู่ทวดและเมื่อแม่ได้เข้ามาดูก็ไม่พบบาดแผลใดใดตามร่างกายของหลวงปู่ทวดเลย แต่กลับพบลูกแก้วอยู่ในเปลแทน ซึ่งชาวบ้านต่างก็บอกว่านี่อาจจะเป็นลูกแก้วที่งูนำมาให้กับหลวงปู่ทวดก็ได้

หลังจากนั้นพ่อก็เป็นคนเก็บลูกแก้วเอาไว้เพื่อจะเอาให้หลวงปู่ทวดตอนโตและหลังจากที่หลวงปู่ทวดอายุได้เจ็ดขวบพ่อก็พาไปบวชเป็นเณร และหลังจากนั้นมาท่านก็บวชเป็นพระซึ่งเป็นพระที่มีความรู้ความสามารถมากต่อมาท่านต้องการเดินทางไปกรุงศรีอยุธยาได้จึงได้อาศัยเรือไปแต่ เรือเกิดเจอกับพายุขณะอยู่กลางทะเลทำให้ข้าวของบนเรือเสียหายและน้ำดื่มที่เตรียมมาก็หมด

หัวหน้าเรือจึงคิดว่าเป็นเพราะมีพระอยู่บนเรือจึงทำให้เกิดสิ่งไม่ดี จึงสั่งให้คนพาหลวงปู่ทวดไปส่งที่ฝั่งแต่หลวงปู่ทวดได้ตั้งจิตอธิฐานแล้วเอาเท้าแย่ลงไปในน้ำแล้วให้คนบนเรือชิม ซึ่งน้ำบริเวณที่หลวงปู่ทวดแย่เท้าลงไปจากน้ำทะเลกลายเป็นน้ำจืดที่ดื่มได้ทำให้ชื่อเสียงของท่านโด่งดังนับตั้งแต่นั้นมา